THAT 'S INDIVIDUAL
posted on 21 May 2009 15:40 by hoyjubkab"ฉันก็แค่ปัจเจกชนคนหนึ่งเท่านั้น"
นี่เป็นคำพูดของนักปรัชญาชื่อ เกียเกอร์การ์ด ชาวเดนมาร์ค ตอนที่รู้จักแกผ่านตัวหนังสือใหม่ๆชอบมาก ค่าที่ว่าแกเป็นคนแรกในแวดวงปรัชญาที่กล้าฉีกแนวคิดจาก การตั้งปัญหาและหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งสากลมาสู่สิ่งเฉพาะ นั่นคือ ตัวมนุษย์เอง แน่นอนว่าปรัชญาของแกในสมัยมีชีวิตอยู่ ถูกต่อต้านมากแม้ชาวเดนมาร์คในสมัยนั้นก็ไม่สนใจด้วย ว่างานของแกดีหรือไม่ดีอย่างไร สุดท้ายแกก็ตายอย่างโดดเดี่ยว
โดยมีป้ายหลุมฝังศพเขียน ว่า THAT'S INDIVIDUAL ถ้าจะแปลให้โดนหน่อยก็ประมาณ ก็แค่ไอ้คนนั้นนั่นแห่ละ(อย่าไปถือสาหาความกับมันเลย) ต่อมาอีกร้อยปีแกก็ได้รับยกย่องว่า เป็นบิดาของพวกเอ็กซิสต์เทนเชียลริซึม หรือ พ่อผู้มาก่อนของพวกอัตถิภาวนิยม ที่มีหัวหอกอย่าง ฌอง ปอล ซาร์ต ที่นักเรียนปรัชญารู้จักดี
ที่เขียนมายืดยาวไม่ใช่อะไร แค่อยากจะบอกว่า ความคิดของคนๆหนึ่งมีอิทธิพลต่อคนอีกหลายคนในยุคต่อมา จนต้องมานั่งศึกษาแนวคิดของเขานี่ ก็เพราะเขาเป็นนักปรัชญาเท่านั้น แหล่ะ ถ้าเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ความคิดนั้นก็คงจางหายไปตามกาลเวลาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะเป็นความคิดที่ดีก็เหอะ
แล้วไอ้ความคิดของนักปรัชญามันดีอย่างไร ?
ขอยกคำพูด CEM.JOAD ที่อาจารย์ วิทย์ แปลมาให้อ่านแล้วกันนะ
" ที่เห็นๆกันอยู่ วิชาปรัชญานั้นไม่มีค่า นั่นคือ ปรัชญาจะไม่ช่วยให้เรามีชื่อเสียงหรือร่ำรวย ไม่ทำให้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ได้ทำให้ท่านมีชื่อเสียงหรือเป็นคนอ่อนโยนขึ้น หรือ น่าคบขึ้น ปรัชญาจะไม่ทำให้ท่านมีลักษณะพิเศษ มันจะไม่สร้างนิสัยหรือทัศนคติอันดีงาม ซึ่งคนคิดว่านักปรัชญามี นักปรัชญาก้เหมือนคนอื่นๆที่มักจะสบถเวลาทำเชือกผูกรองเท้าขาดหรือตกรถ และไม้สามารถข่มความโกรธ เมื่อเหยียบตะปู หรือซ่อนความเจ็บปวดเมื่อกัดลิ้นตัวเอง
นักปรัชญาไม่เคยประสบความสำเร็จ ในการจัดการกับชีวิตของตัวเองมากไปกว่าคนธรรมดาสามัญ วิชาปรัชญาไม่สามารถสอนให้คนเป็นคนชนะใจตนองหรือทำนายอนาคตได้เหมือน โหราศาสตร์ ลัทธิที่เชื่อว่ามีวิญญาณ จิตวิเคราะห์ และยาระงับปวดสมัยใหม่ ไม่มีนักปรัชญาที่มีชื่อเสียงคนใดสอนท่านว่าจะผูกมิตรอย่างไร จะทำอย่างไรจึงจะมีอิทธิพลเหนือผู้อื่น หรือ เอาชนะปมด้อยตนเองได้อย่างไร? ปรัชญาไม่อาจช่วยให้หลีกพ้นอันตรายใกล้ๆตัว ไม่สามารถรักษาความเปล่าเปลี่ยว ระงับความหวาดกลัว หรือหาสถานพักฟื้นทางใจให้มนุษย์ ผู้ซึ่งต้องการหนีจากความยุ่งเหยิงในโลกปัจจุบัน
ถ้าเช่นนั้นจะศึกษาปรัชญาไปทำไม?
ปรัชญายากทั้งการอ่านและความเข้าใจ เนื้อหาก็คลุมเครือไม่แจ่มแจ้ง และศาสตราจารย์ทั้งหลายก็ยังเขียนให้คลุมเครือเสียอีก การจะอ่านให้เข้าใจนั้นต้องมีอาจารย์คอยช่วยเหลือ และต้องมีเวลาปรึกษาหารือกัน และว่ากันโดยทั่วไปแล้วปรัชญาก็หาค่ามิได้ นักปรัชญาก็ไม่เคยได้รับเกียรติอะไร นายจ้างก็ไม่ต้องการลูกจ้างนักปรัชญา และปรัชญาก็ไม่ได้แผ้วถางทางให้คนประสบความสำเร็จในชีวิต
ถ้าเช่นนั้นเรียนปรัชญาไปทำไม?
มีคำตอบอยู่ข้อเดียว คือ เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็น พวกเราบางคนต้องการเข้าใจโลกที่น่าอัศจรรย์และถ้าเป็นไปได้ก็ต้องการค้นหาจุดหมายปลายทางในชีวิตของมนุษย์และของตัวเราเอง อะไรเป็นจุดหมายของชีวิต มนุษย์ควรจะดำรงชีวิตอยู่อย่างไร วิชาปรัชญาศึกษาปัญหาเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้หวังว่าจะให้คำตอบที่ตายตัวได้ นอกจากจะพิจารณาว่า นักปรัชญาคนสำคัญๆมีความเห็นอย่างไรมีความเห็นอย่างไร ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า ปรัชญาเป็นบันทึกการเดินทางของปรัชญาในจักรวาล คนบางคนมีความพอใจที่ได้เที่ยวไปในโลกแห่งปัญญา นี่คือนักปรัชญา และขอแนะนำว่า
ผู้ที่มีรสนิยมอย่างนี้เท่านั้น
ที่ควรจะเดินทางตามท่านเหล่านี้ไป...
ฉันเอง
แต่ไม่ว่าเราจะเรียนอะไรรากฐานมันก็มาจากปรัชญานะ กี้ว่าอย่างนั้น ถึงจะเข้าใจยาก แต่มันคงไม่ยากเกินไป (หรอกมั้ง^^)
#1 By ~:Shaky!:~ on 2009-08-16 22:15