ศิลปะกับการเยียวยาจิตใจ

ตามสไตล์...อริสโตเติล

           ในคราวก่อน ข้าพเจ้าได้กล่าวถึง “ทฤษฎีสุนทรียศาสตร์” ในมุมมองของ บิดาสุนทรียศาสตร์สมัยเก่าอย่างเพลโตแล้ว คราวนี้ข้าพเจ้าควรจะกล่าวถึงความเห็นของลูกศิษย์ด้วย มิเช่นนั้นจะดูเหมือนลำเอียงจนเกินไป เพราะถึงแม้อริสโตเติล จะได้รับอิทธิพลจากเพลโตมาไม่น้อยในเรื่องนี้ แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อย่างน้อยก็เรื่องทัศนคติที่ดีขึ้นกว่าอาจารย์ของเขามากลองติดตามดูแล้วกัน...       

           แน่นอนเช่นเดียวกับบทความก่อนๆ การทำความเข้าใจทฤษฎีสุนทรียศาสตร์ จำเป็นต้องเข้าใจแนวคิดทางปรัชญาของอริสโตเติลเสียก่อน เนื่องจากเป็นพื้นฐานในการศึกษาสุนทรียศาสตร์ของเขาต่อไป เกี่ยวกับอภิปรัชญา อริสโตเติลปฏิเสธแนวคิดของอาจารย์ ที่ว่า แบบมีอยู่จริงในโลกมโนคติ อันประกอบไปด้วยแบบที่สมบูรณ์ของทุกสรรพสิ่งในโลก โดยมีแบบของความจริง ความงาม ความดี เป็นมโนคติสูงสุด ในทางกลับกัน อริสโตเติลกลับมองว่า แบบไม่ได้มีอยู่จริงในโลกของแบบหรือโลกมโนคติ แต่แบบเป็นแก่นสารที่อยู่ในสิ่งเฉพาะ หรือ เป็นสารัตถะของสิ่งเฉพาะนั้นๆ ซึ่งอริสโตเติลเรียกว่า substance

         การที่อริสโตเติลให้ความสำคัญกับสิ่งเฉพาะมากเป็นพิเศษ เพราะเขาต้องการอธิบายการมีส่วนร่วมและการเลียนแบบ ระหว่างสิ่งเฉพาะกับแบบที่เป็นสิ่งสากลนั้นเอง พิจารณาจากที่อริสโตเติลให้เหตุผลว่า สิ่งเฉพาะบนโลกทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ประกอบไปด้วย สสาร(matter)และแบบ(form)เป็นองค์ประกอบ ข้าพเจ้ามองว่าการแยกแยะเช่นนี้ อริสโตเติลได้นำแนวคิดของเพลโตในเรื่องแบบ มาทำให้จับต้องและเข้าถึงได้มากกว่า เนื่องจากในที่นี้อย่าลืมว่า อริสโตเติลเป็นนักชีววิทยาคนแรกของโลก โลกมโนคติที่เลื่อนลอยจึงไม่สามารถนำมาอธิบาย สิ่งที่สัมผัสได้ด้วยอยาตนะของเรา อย่างไรก็ตาม    อริสโตเติลก็ยังเชื่อเช่นเดียวกับอาจารย์ของเขา คือ เราจะรู้จักแบบด้วยเหตุผล หรือด้วย ญาณทัศนะ 

        เกี่ยวเนื่องมาจากแนวคิดที่ว่า แบบเป็นสารัตถะของสิ่งเฉพาะนี้เอง อริสโตเติลได้นำมาอธิบายมุมมอง เรื่อง การเลียนแบบของศิลปะต่อไปอีก โดยเขาอธิบายว่า ศิลปะเป็นการลอกเลียนแบบวัตถุในโลกธรรมชาติโดยตรง ไม่ได้ลอกแบบผ่านทางอยาตนะที่ลอกแบบมาจากแบบสากลอีกทีตามแนวคิดของเพลโต หรือ อาจจะกล่าวว่า ศิลปะคือการลอกแบบสากลที่เป็นสารัตถะในสิ่งเฉพาะนั้นๆเอง ด้วยเหตุนี้ ศิลปินจึงมิได้เพ่งพินิจวัตถุต้นแบบเป็นสิ่งๆหนึ่ง แต่พิจารณาความเป็นสากลภาพของวัตถุนั้น และความคิดเรื่องความเป็นสากลนี้เอง อริสโตเติลจึงให้คุณค่ากับงานศิลปะมากกว่าอาจารย์ของเขา เพราะเขาเชื่อว่า ศิลปินได้ครุ่นคิดถึงรูปแบบสากล ที่มีอยู่ในสิ่งต่างๆโดยตรงและได้ถ่ายทอดแบบนั้นเป็นงานศิลปะ ศิลปะจึงเปรียบได้กับรายงานเกี่ยวกับธรรมชาติ เพราะได้ถ่ายแบบมาจากธรรมชาติจริงๆ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การทำงานศิลปะ ศิลปินจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับความเป็นสากล ที่ซ่อนอยู่ภายในสิ่งเฉพาะ แต่การรับรู้ของศิลปินยังต้องใช้ประสบการณ์ผัสสะ ผิดกับนักปรัชญาที่ไม่จำเป็นต้องใช้เลย

         เกี่ยวกับคุณค่าของศิลปะนั้น นับว่าอริสโตเติลให้คุณค่ากับศิลปะมากกว่าอาจารย์ของตนมาก แม้เขาจะมีความคิดคล้ายกับเพลโตว่า ความงามเกิดจากระเบียบและสัดส่วนที่สมดุล แต่ความงามของอริสโตเติล ก็มีคุณค่าที่ทำให้มนุษย์เกิดความเพลิดเพลินแต่ความเพลิดเพลินนั้นต้องมีความเหมาะสม ในงาน Poestic อริสโตเติลย้ำว่า โศกนาฏกรรมมีผลให้เกิดการชำระล้างจิตใจหรือเยียวยาจิตใจ (catharsis) ในข้อนี้คุณค่าของศิลปะจึงมีความลึกซึ้งมากกว่า ความเพลิดเพลินในระดับธรรมดา เพราะมันมีผลในแง่จิตวิทยาอีกด้วย นั่นคือ มนุษย์จะรู้สึกดีขึ้นหลังจากได้ปลดปล่อยความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ออกไป อริสโตเติลให้เหตุผลว่า ความซาบซึ้งจากการดูละครโศกนาฏกรรม หรือ ฟังบทกวี จะสามารถให้ผู้ชมได้ปลดเปลื้องอารมณ์บางอย่างออกไป ทั้งยังเป็นตัวช่วยสอนให้มนุษย์รู้จักหวาดกลัวตามเรื่องราวต่างๆในบทละคร ดังนั้นศิลปะจึงเปรียบเสมือนตัวกลางที่คั่นระหว่างความเป็นจริงที่น่ากลัวกับผู้ชม และช่วยทำให้จิตใจของผู้คนผ่อนคลายลงและก่อให้เกิดความเพลิดเพลินขึ้น

          ไม่ว่าจะตีความแนวคิดของอริสโตเติลในเรื่องนี้อย่างไรก็ตาม อริสโตเติลก็ได้ตอบโต้ความคิดของเพลโตใน Republic อย่างเจ็บแสบ เพราะอริสโตเติลกำลังบอกว่า แท้จริงแล้วศิลปะมีคุณค่า เพราะช่วยทำให้มนุษย์มีเหตุผลมากขึ้น อย่างน้อยก็ในแง่การสร้างความเข้าใจในชีวิต และ บรรเทาอารมณ์ความรู้สึกที่คั้งค้างในจิตใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความเพลิดเพลินที่เราได้จากศิลปะ ก็ไม่ต่างอะไรกับความเพลิดเพลินในความรู้ที่นักปรัชญาได้รับเช่นกัน

         สรุปแล้ว ตามทัศนะของอริสโตเติล ศิลปะจัดเป็นความรู้อย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะงานศิลปะจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ศิลปินได้รับการฝึกปฏิบัติ จนเกิดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเลียนแบบสิ่งสากลของสิ่งต่างๆในโลกธรรมชาติ และมีความรู้ด้านจิตวิทยาในเรื่องพฤติกรรมของมนุษย์ จนสามารถสร้างงาน ให้ผู้ชมได้เกิดความเพลิดเพลินทั้งยังช่วยเยียวยา ชำระล้างจิตใจของมนุษย์ให้สะอาดบริสุทธิ์ และมีเหตุผลมากขึ้น การที่อริสโตเติลมีทัศนคติที่ดีกับศิลปะขนาดนี้ เพราะ เขาไม่นำแนวคิดด้านสุนทรียศาสตร์ ไปปะปนกับแนวคิดด้าน จริยศาสตร์และรัฐศาสตร์ เช่นเดียวกับอาจารย์ของเขานั่นเอง

ป้าดราม่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้
ซึ้งใจมากconfused smile

#1 By แอ้ (222.123.47.162) on 2009-11-17 18:23

ขอบคุณเช่นกันค่ะ ที่มีคนสนใจเรื่องสุนทรียศาสตร์แบบนี้ ป้าดราม่า

#2 By wonderboy on 2009-11-21 10:48

หวังว่าป้าคงยังเขียนอยู่เรื่อยๆนะคะ ป็นประโยชน์มากๆค่ะ

#3 By Joke (58.137.251.182) on 2009-11-27 12:53