ว่าด้วย ทฤษฎี Expression เมื่อ Tolstoy ปะทะ Croce

            ก่อนที่จะมาเข้าเนื้อหาตามหัวเรื่องที่จั่วไว้  ขอให้ความรู้หรือทบทวนความหมายของ  ท. Expression เสียเล็กน้อยนะจ๊ะ    (สำหรับผู้ไม่รู้ก็จะได้รู้ซะ ไอ้ที่รู้แล้วลืมก็ถือว่ามารื้อฟื้นแล้วกัน) 

              Expression คือ ท.ศิลปะที่ว่าด้วย การแสดงออกของอารมณ์และความรู้สึกของศิลปิน    ซึ่งแบ่งออกเป็นสองแนว คือ

 ·       เป็นผลงานที่ศิลปินผลิตออกมา  ( outcome a work of art)

·       เป็นสิ่งที่อยู่ในกระบวนการสร้างสรรค์ที่อยู่ในหัวของศิลปิน ( artist’s process of creation)

                หรือ ถ้าจะสรุปให้งงขึ้นไปอีกก็ต้องบอกว่า Expression ถือว่า ศิลปะคือ การสะท้อนให้เห็นสภาพภายในของตัวศิลปินที่แสดงออกไปภายนอก ซึ่งถูกแทนที่โดยการแสดงออกด้วยชีวิตภายในของตัวศิลปินเอง   (Art as representation of outer existence has been replaced by art as an expression of man’s inner life)

          ที่นี้มาดู Expression ในแบบของ ตอลสตอยกันนะ ...

                  ตอลสตอยได้นิยามศิลปะที่แท้จริงไว้ว่า ศิลปะที่แท้จริงเป็นเช่นเดียวกับ mass communion                      ตามแนวคิดของคริสต์ศาสนา นั่นคือ ผู้ส่งสารคือศิลปิน   โดยศิลปินได้ส่งสารออกไป  ให้ผู้รับสารซึ่งก็คือผู้ชมได้รับสารซึ่งทำให้เกิดความคิดแบบเดียวกับศิลปิน  ศิลปะจึงเป็นตัวที่ทำให้ความแปลกแยกระหว่างศิลปินและผู้ชม สูญสลายหายไป ที่สำคัญ ศิลปะที่แท้จริง  ต้องสามารถทำให้คนมีเอกภาพ มีความรักใคร่นับถือกันแบบเป็นพี่เป็นน้องนั่นเอง

                  จะเห็นได้ว่า  ตอลสตอยแตกต่างจากนักสุนทรียศาสตร์ท่านอื่นๆ  ที่เคยกล่าวมาแล้วตรงที่  เขา ไม่พูดถึงความเพลิดเพลินจากความงามของงานศิลปะเลย  ตอลสตอยให้เหตุผลว่า ถ้าเราต้องการเข้าใจความหมายของศิลปะที่แท้จริง เราต้องไม่มองว่า  มันเป็นหนทางไปสู่ความเพลิดเพลิน   แต่มันเป็นเงื่อนไขที่สำคัญตัวหนึ่งของชีวิต  เพราะฉะนั้น ศิลปะก็คือ หนทางหนึ่งของการ Intercourse  ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน

             ด้วยเหตุนี้เอง  ศิลปะจึงมีความสำคัญ  ในการสื่อสารเช่นเดียวกับภาษา กล่าวคือ ภาษาเป็นตัวถ่ายทอดความคิดของมนุษย์ แต่ศิลปะเป็นตัวถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของศิลปิน  และส่งอิทธิพลของศิลปะต่อคนอื่นๆที่ได้รับชมโดยตรงทันทีคล้ายกับการติดเชื้อ (infection)

            ตอลสตอย กล่าวว่า ศิลปะเริ่มต้นขึ้น เมื่อคนๆหนึ่งมีจุดประสงค์ที่จะ joining กับคนอื่นๆ หรือรวมคนอื่นๆเข้ากับตัวเขา  ให้มีความรู้สึกอย่างเดียวกัน  โดยแสดงความรู้สึกนั้นออกมาเป็นผลงานภายนอก ซึ่งมันเป็นการแชร์ความรู้สึกระหว่างคนส่งสารและคนรับสารที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันหรือมีอารมณ์ร่วมกัน  ตามความคิดของตอลสตอย ศิลปะจึงเป็นเพียงการ transmits จากศิลปิน  ไปยังผู้ชมหรือผู้ฟังให้ได้รับการติดเชื้อในความรู้สึก  เช่นเดียวกับศิลปิน ( if only spectator or auditors are infected by the feeling which the author has felt, it is art.)

              เห็นได้ว่า ศิลปะของตอลสตอยมีความหมายที่กว้างมาก เพราะ ไม่ได้จำกัดขอบเขตเฉพาะในงานศิลปกรรมทั่วๆไป เพราะอะไรก็ตาม   ที่สามารถทำให้เราติดเชื้อ ตามความหมายของตอลสตอยได้ ก็จัดว่าเป็นงานศิลปะได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาด งานแกะสลัก บทละคร นวนิยาย  เครื่องใช้ไม้สอย   ตึกรามบ้านช่อง เสื้อผ้า เพลงกล่อมเด็ก  ฯลฯ 

            ณ ที่นี้เราจะเห็นว่า ตอลสตอยให้น้ำหนักของศิลปะในด้าน  อิทธิพลที่ได้รับจากการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกระหว่างศิลปินและผู้เสพในระดับที่รุนแรงมาก ถึงขนาดเรียกว่าการติดเชื้อเลยทีเดียว ที่เขามีทัศนะเช่นนี้เพราะ ตอลสตอยเชื่อว่า มนุษย์มีสมรรถภาพในการถ่ายทอดความรู้สึก ในระดับสัญชาติญาณอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน   จึงทำให้มีอารมณ์ร่วมกันในงานศิลปะได้

              ตอลสตอยได้ให้เงื่อนไข สามข้อ ซึ่งประกอบขึ้นเป็นศิลปะตามที่กล่าวมาดังนี้

1.             Individual  feeling  คือ ความรู้สึกพิเศษเฉพาะของตัวศิลปิน  ซึ่งยิ่งศิลปินมีลักษณะเฉพาะมากแค่ไหน มันก็จะถ่ายทอดไปยังผู้รับมากแค่นั้น

2.             Clearness   คือ  ความรู้สึกที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง ซึ่งคนรับจะได้เข้าใจเช่นเดียวกับศิลปิน

3.             Degree of  sincerity  คือ  ความซื่อสัตย์มีศิลปินแสดงออกไปผ่านงานศิลปะ  ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด  เพราะความไม่เสแสร้งนี้เอง  ที่ผู้รับจะสามารถรับรู้ถึงอิทธิพลของพลังในงานศิลปะได้มากที่สุด  

นอกจากนี้  ตอลสตอยยังกล่าวว่า การทำให้ศิลปะตกต่ำได้แก่  การนำศิลปะมาทำเป็นอาชีพเพื่อตอบสนองคนชั้นสูง หรือผู้ครอบครองที่มีโอกาสได้เสพงานไม่กี่คน ตอลสตอยไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เลย เพราะ เป็นการทำให้ศิลปะ  เป็นเรื่องของรสนิยมของคนบางกลุ่มบางพวก  หรือ พยายามทำให้ศิลปะเป็น ศิลปะชั้นสูง ที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ 

อีกเรื่องหนึ่งที่เขาต่อต้านมากก็คือ  การวิจารณ์ศิลปะ ที่เขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เพราะ ถ้าศิลปินได้ใส่อารมณ์ความรู้สึกลงไปในงานศิลปะแล้ว มันย่อมก่อให้เกิดอิทธิพลต่อผู้รับอย่างแน่นอน  แค่นี้ก็เพียงพอที่จะเรียกว่าศิลปะที่ดีแล้ว แต่ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเช่นนั้น   ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยการวิจารณ์มาอธิบายอยู่ดี

            สรุป  Expressionism ในแบบของตอลสตอย คือ การแสดงออกของอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินผ่านออกมาทางงานศิลปะ (product) ทั้งนี้งานศิลปะของตอลสตอย ต้องเป็น universal art  คือ เป็นศิลปะที่ทุกคนเข้าใจได้ ศิลปะจึงเป็นเพียงการ transmits จากศิลปินไปยังผู้ดูหรือผู้ฟังให้ได้รับการติดเชื้อ ในความรู้สึกเช่นเดียวกับศิลปิน ที่ตอลสตอยนิยามศิลปะให้มีขอบเขตที่กว้างมาก เพราะเขาต้องการชี้ให้เราเห็นว่า ศิลปะที่แท้จริงนั้นต้องนำมาซึ่งการสื่อสารวงกว้าง คือ ศิลปินที่เป็นผู้ส่งสารและผู้ดูหรือผู้ฟัง  ที่เป็นผู้รับสาร  เกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นเอง 

                              โปรดติดตาม Expressionism แบบของโครเช่ในตอนต่อไปนะจ๊า...ป้าดราม่า   

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet