intuition=expression ในแบบของโครเช่
                 มาว่าต่อกันในเรื่อง expression ในแบบของโครเช่กันบ้าง...
      สำหรับคนทั่วไป เมื่อพูดถึงงานศิลปะ  เราจะหมายถึง product ที่ศิลปินผลิตขึ้นมาเป็นชิ้นงานที่สัมผัสได้ แต่สำหรับนักสุนทรียศาสตร์อย่างโครเช่แล้ว เขากลับมีความเห็นว่า ศิลปะ คือ ภาพที่อยู่ในหัวของศิลปิน หรือ Art is intuition ซึ่งเป็นภาพที่ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุด
       ตามความหมายนี้ศิลปินจะเป็นผู้สร้างงานศิลปกรรมออกมา่  โดยเลียนแบบภาพที่อยู่ในหัวของศิลปิน และการที่ศิลปินมีจุดมุ่งหมายเช่นนี้เอง ศิลปินจึงได้สร้างงานศิลปะ ซึ่งเป็น  reproduct นั้นแก่ผู้ชม จากนั้นผู้ชมก็จะมองหาสิ่งที่ศิลปินต้องการเสนอ โดย reproduce ภาพนั้น เข้าไปในหัวของตนอีกที  (หัวในที่นี้ต้องการให้เห็นภาพ ที่จริงควรจะใช้จิตมากกว่า) ซึ่งโครเช่ชอบใช้คำว่า intuition ,vision , contemplation,  imagination, fancy, figulation และ representation แทนภาพที่อยู่ในหัวของศิลปิน
 
       โดยโครเช่ ได้แยกความหมายของ art is intuition ออกจากสิ่งที่ไม่ใช่ศิลปะ ตามความหมายของเขาดังนี้
  • Art not as a physical fact.  ศิลปะมิใช่สิ่งที่อยู่ภายนอก
             โครเช่กล่าวว่า คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่า ศิลปะเป็นวัตถุหรือสิ่งที่เรารับรู้กันด้วยอายตนะภายนอก   นั่นแสดงว่า   ความสัมพันธ์ของเส้น สี แสง ผ้าใบ หรือ ศิลปวัตถุที่เราสัมผัสได้ หรือสิ่งที่เป็นกายภาพล้วนมิใช่ศิลปะที่แท้จริงตามความหมายของเขาทั้งสิ้น
             โครเช่มีความเห็นว่า ความเข้าใจผิดที่ว่า ศิลปะคือผลงานที่จับต้องได้นั้น เปรียบได้กับเด็กจับต้องสีรุ้งบนฟองสบู่ เด็กก็คิดอย่างไร้เดียงสาว่า ตนเองสามารถจับสายรุ้งบนฟ้าได้จริง ( as children   who touch the sope-bubble and would wish to touch the rainbow)  การที่เขาคิดเช่นนี้เพราะ  เขามีแนวคิดพื้นฐานแบบจิตนิยม ดังนั้น โลกภายนอกเป็นสิ่งที่เราสมมุติขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้เข้าใจ  ผลงานศิลปะตามความเข้าใจของคนทั่วไปก็เช่นเดียวกัน แต่ศิลปะไม่ใช่ความจริงที่ทอนลงได้เป็นอะตอมในแบบวิทยาศาสตร์ เพราะมันเป็นความจริงสูงสุด ตามความคิดของคนที่เชื่อในศิลปะ
 
  • Art cannot be a utilitarian act.   ศิลปะไม่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ใดๆ
             โครเช่เชื่อว่า ศิลปะไม่เกี่ยวข้องกับ practical life  และมันยังไม่เกี่ยวกับความสุข ความทุกข์  ที่สำคัญศิลปะไม่ใช่ความเพลิดเพลิน อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจมาเนิ่นนาน เพราะสำหรับเขาแล้ว art is intuition ในหัวของศิลปินเท่านั้น
 
  • Art not as a moral act   ศิลปะไม่เกี่ยวกับศีลธรรม 
              ตามความคิดของโครเช่ ศีลธรรมนั้นเป็นการปฏิบัติในชีวิตจริงๆอย่างเป็นรูปธรรม   แต่ศิลปะที่แท้จริงตามความคิดของเขา  มันเป็นเพียงภาพที่อยู่ในหัวของศิลปิน เป็นนามธรรม ดังนั้น ศิลปะไม่ได้เกิดจากจิตใจที่ดีงามหรือเจตนาดี เพราะศีลธรรมเป็นการสร้างคนดีแต่ไม่ได้สร้างศิลปิน  เพราะฉะนั้นศิลปะจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบ่งแยก การใช้เหตุผล การตีความความดี-ความชั่ว
           ในส่วนนี้ขอขยายความให้อ่านเล็กน้อยนะ การที่โครเช่กล่าวว่า ศิลปะไม่เกี่ยวกับศีลธรรม นั้นมีความน่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากเขามีทัศนะว่า เราไม่สามารถนำมาตราฐานทางศีลธรรมมาใช้กับศิลปะได้ เพราะมันเป็นคนละศาสตร์กัน แถมยังทำให้เกิดความคาดหวังกับศิลปะเกินกว่าเหตุด้วย ทั้งนี้เพื่อความเป็นกลางและความมีอิสระของศิลปินเอง   โครเช่บอกว่า  ถ้าเราไปคาดหวังให้ศิลปะต้องทำหน้าที่สอนศีลธรรม มันก็เท่ากับว่า เรากำลังจำกัดอิสรภาพของศิลปินในการสร้างงานศิลปะ ให้มีหน้าที่เช่นเดียวกับพระที่สอนศาสนานั่นเอง 
 
            อย่างไรก็ตามผลงา่นที่ศิลปินแสดงออกมา จากศิลปะต้นแบบที่อยู่ในหัวของศิลปินนั้น ก็มิได้มีคุณค่าอะไรเช่นกัน แต่สังคมมักจะไปคาดหวังกับศิลปินในการผลิต หรือ ให้คุณค่าในเชิงศีลธรรมกับศิลปะ  ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้
  • Art not as conceptual knowledge  ศิลปะไม่ใช่ความรู้เกี่ยวกับความจริงสากล
             ที่โครเช่เชื่อเช่นนี้ เพราะเขาคิดว่า ถ้าศิลปะเป็นความรู้เกี่ยวกับความจริงสากล มันก็ต้องเป็นความรู้ที่เป็นความจริง ที่เราทราบโดยทั่วไป แต่ศิลปะเป็นเพียงภาพที่ปรากฏในหัวของศิลปินเท่านั้น ดังนั้นเราจึงไม่สามารถไปตั้งคำถามว่า  ศิลปะมีความถูกต้องกับความเป็นจริง หรือถูกต้องตามประวัติศาสตร์หรือไม่  อย่างไรก็ดีอย่าไปสับสนว่า โครเช่ปฏิเสธสิ่งสากลว่าไม่มีอยู่จริง แต่ภาพที่อยู่ในหัวของศิลปินมันแฝงอยู่อย่างมีเหตุผล โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงสูงสุดหรือสิ่งสากลเลย intuition จึงเป็น ideality หรือภาพที่เป็นสิ่งพิเศษ เฉพาะที่อยู่ในหัวของเรา
  • ความสัมพันธ์ของ intuition และ expression 
                 เกี่ยวกับเรื่องนี้  โครเช่กล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้  ที่จะมีภาพมัวๆ ที่ไม่กระจ่างแจ้งขึ้นมาเลยในหัวของศิลปิน ซึ่งเขาเรียกว่า intuition ที่ไม่มี expression ซึ่งหมายความว่า  ความคิดที่สมบูรณ์ ภาพที่สมบูรณ์ เพลงที่สมบูรณ์ ไม่สามารถมีอยู่ได้ ถ้า ไม่ได้ expression เสียก่อน อันที่จริงทั้ง intuition และ expression แยกออกจากกันไม่ได้ เพราะสำหรับศิลปินแล้ว เมื่อภาพต่างๆที่เก็บไว้ในจิตใต้สำนึกมันฟุ้งขึ้นมา  จนกระทั่งเกิดความกระจ่างชัดขึ้นมาอย่างชัดเจน มันก็จะกลายเป็นภาพที่อยู่ในหัวของศิลปินนั้นเอง
           โครเช่เน้นว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ ศิลปินมี  intuition=expression แล้ว ศิลปินจะไม่ถ่ายทอดออกมา เพราะเมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว  ศิลปินจะถูกกระตุ้น หรือเกิดพลังอะไรบางอย่าง  ที่สั่นสะเทือนโสตประสาททุกส่วนให้ reproduction ออกมาเป็นผลงานศิลปะ ซึ่งการแสดงออกมาเป็น practical act  นี้ อาจทำไม่ได้เทียบเท่ากับภาพศิลปะที่แท้จริงที่อยู่ในหัวของศิลปิน  เพราะติดขัดกับวัตถุดิบ เทคนิค และสื่อต่างๆ
 
         "      ด้วยเหตุนี้ศิลปินจึงรู้สึกเศร้าอยู่ตลอดเวลา  เพราะไม่สามารถลอกแบบสิ่งที่อยู่ในหัว ออกมาให้เหมือนจริงได้"    โครเช่กล่าว
  ป้าดราม่า
                   
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตกลงexpressionism?
งงอะembarrassed

#1 By คนอ่าน (125.25.172.63) on 2009-08-01 16:37

มันค่อนข้างยากนะสำหรับคนที่ไม่เคยเรียนสุนทรียศาสตร์ในภาควิชาปรัชญามาก่อน โดยเฉพาะท.ของโครเช่ ถ้าอ่านแล้วไม่งงสิแปลก ข้อความที่นำมาสรุปให้อ่านมาจากตำราภาษาอังกฤษ ที่อาจารย์สอนศิลปะมักจะไม่แปลมาให้อ่าน และตำราภาษาไทยก็ไม่เขียนถึง ค่ะ เอาเป็นว่าเป็นความรู้ใหม่ๆแล้วกัน ขอบคุณที่อ่าน

#2 By wonderboy on 2009-08-16 18:48

I like your writing style. You make me love to read more and more in the theory of beauty.
Thank you so much, in deed.

#3 By jay (119.46.14.90) on 2009-08-20 16:29

thank naka k. jay

#4 By (115.67.157.20) on 2009-10-03 20:36