เมื่อศิลปะ....มาทักทาย 2

posted on 14 Oct 2009 15:30 by hoyjubkab

หลานคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ศิลปะยืนยาวชีวิตสั้น  มาบ้างแล้วใช่ไหมจ๊ะ...

ฉันเกริ่นเสียงหวาน เมื่อเห็นพ่อวันเดอร์บอยพยักเพยิดให้พูดต่อ ฉันก็เริ่มร่ายมนตร์

ป้าจำได้ว่า ครั้งหนึ่งสมัยเมื่อป้ายังเป็นเด็กอายุเท่าหลาน   เคยอ่านงานของอาจารย์ศิลป์  พีระศรี แล้วก็รู้จักกับประโยคที่ว่านี้แหล่ะ   อ่านแล้วรู้สึกประทับใจกับความหมายของมันมาก ในแง่ที่ว่า  มันได้แสดงให้เราเห็นความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของศิลปะ ที่มีอิทธิพลเหนือชีวิตมนุษย์ตาดำๆอย่างเราได้อย่างชัดเจน

งั๊นสิ มันขัดสั้นๆ แต่ฉันยังไม่ยอมสะดุดแง่งง่ายๆ 

 ถึงแม้ในภายหลังเมื่ออายุมากขึ้น ป้าได้หวนมาทำความเข้าใจ ความหมายของประโยคที่ว่านี้ใหม่ และเกิดคำถามตามสันดานกวนๆ ของคนที่เรียนปรัชญามาว่า   คงไม่ได้มีแค่เพียงศิลปะเท่านั้นหรอกมั๊ง ที่ยืนยงเป็นอมตะ  เมื่อเทียบกับชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งก็ตาม

แล้วป้าคิดยังไงล่ะ ประโยคนี้มันเป็นวรรคทองมาตั้งหลายร้อยปีแล้วมั๊ง เท่าที่ผมรู้มันมาจากภาษาลาตินที่ว่า  Ars Longa Vita Brevis ไช่มะ

ฉันกระพริบตาถี่ๆ เริ่มงงงวยในความรู้อันไม่สิ้นสุดของมัน นี่เราจะเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนรึเปล่าวะ ฉันรีบเก็บอาการประหม่า พูดต่อ       

  ตามความคิดของป้า ความจำเป็นที่มนุษย์เราต้องมีศิลปะ กับความยิ่งใหญ่ของศิลปะในตัวของมันเอง  ดูเหมือนว่าจะเป็นคนละเรื่องกันนะ วันเดอร์บอย  ดังนั้นการที่ป้าจะไปตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงไม่เข้าทีไปกว่า การแสวงหาคำตอบจากคำถามง่ายๆที่ว่า ศิลปะมีไว้ทำไมและเพื่ออะไร? หรือ ศิลปะสำคัญอย่างไร? น่าจะเวิร์คกว่า หลานว่าไหมจ๊ะ  

      พูดธรรมดาก็ได้ ไม่ต้องจ๊ะๆ จ๋าๆ ให้มากนักหรอก เป็นห่วงน่ะ ฝืนตัวเองมากไปไม่ดีนะ” นทำเป็นไม่ได้ยินคำประชดประชันของมัน 

ซึ่งป้าเชื่ออย่างแน่นอนเลยว่า จากคำถามดังกล่าว คนเดินดินทั่วไป รวมไปถึงศิลปินและผู้อยู่ในแวดวงศิลปะ  แม้กระทั่งตัวหลานเองก็คงสามารถอธิบายความสำคัญของมัน ได้อย่างหลากหลาย  ด้วยนิยามต่างๆสารพัดจะตอบกันไป   ตัวอย่างที่เรามักเห็นบ่อยๆก็ประมาณว่า ศิลปะก่อให้เกิดความเพลิดเพลิน ศิลปะสามารถขัดเกลาจิตใจมนุษย์ให้ละเอียดผ่องใส หรือ ศิลปะคือสิ่งที่ยืนยันว่ามนุษย์ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน เป็นต้น

โอ้โหเฮะ...พูดไปได้เรานี่ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน แต่ความภาคภูมิใจมีอันต้องดรอปลงเมื่อเจอคำตอบของมัน       

แต่ที่ผมชอบความคิดเห็นต่อคำถามนี้มากที่สุด ก็คือ ของศิลปินเอกของโลก อย่าง 

 ไมเคิลแองเจโล ที่ว่า "ศิลปะสามารถทำให้มนุย์เรา ก้าวเข้าสู่ความจริงของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และความรักในองค์พระผู้เป็นเจ้าได้"

 ป้าลองคิดดูสิฮะ ศิลปะมีความสำคัญต่อชีวิตของมนุษย์ขนาดนั้น จนอาจเรียกได้ว่าบันไดสู่สวรรค์นั้นจำเป็นต้องใช้ศิลปะ เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการก้าวผ่านเลยทีเดียวหรือของระดับปรมาจารย์ของไทยเราก็มีนะ อย่างของท่านอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ นั่นไงท่านเคยกล่าวไว้ว่า 

ชีวิตมนุษย์จะขาดศิลปะไม่ได้ และศิลปะก็จะเกิดไม่ได้ถ้าขาดชีวิตมนุษย์เช่นกัน ดังนั้นศิลปะจึงสะท้อนให้เห็นชีวิต และชีวิตก็สะท้อนให้เห็นศิลปะ  ป้าว่าคำพูดของอาจารย์เขียน  เป็นประโยคที่งดงามคมคาย และมีความหมายไม่แพ้ใครในโลกเหมือนกันเลยนะ ว่ามั๊ย

มันพูดจบก็แอบยิ้มที่มุมปาก

วันเดอร์บอยส่งลูกมาแรงจนแทบจุก ไม่มีทางที่ฉันจะยอมแพ้ง่ายๆ งัดตำราปรัชญา ที่มั่นใจว่า รู้มากกว่ามันอยู่มาสู้เอาแบบให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

จ้ะวันเดอร์บอย  ทำนองเดียวกันแวดวงปรัชญา   ที่ป้าพอจะมีความรู้ติดสมองส่วนหน้าอยู่มั่ง ก็มีความเห็นเกี่ยวกับศิลปะ  แตกต่างกันไปสุดทางเช่นกันนะหลาน ตั้งแต่ศิลปะไม่มีคุณค่าเลยอย่างปราชญ์เพลโต ซึ่งเป็นนักปรัชญารุ่นเก่าสมัยกรีก ไปจนถึง ศิลปะมีคุณค่าต่อชีวิตมนุษย์มากที่สุด อย่างปราชญ์นิทซ์เช่ ซึ่งท่านผู้นี้ เป็นนักปรัชญาสมัยศตวรรษที่19 ที่มีอิทธิพลต่อความคิดของนักปรัชญา และศิลปินในศตวรรษที่ 20-21มากๆ  

เกี่ยวกับจุดหมายและความสำคัญของศิลปะนั้น  นิทซ์เช่เขามีความเห็นว่า ศิลปะเป็นสิ่งที่ผูกพันและสำคัญกับชีวิตมนุษย์มากที่สุด เพราะศิลปะนั้นมีประโยชน์  ในการเป็นตัวช่วยทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้   ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากนิทซ์เช่มองว่า  มนุษย์เรามีชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ดังนั้นการที่มนุษย์จะรอดพ้นจากความรู้สึกเบื่อหน่ายสะอิดสะเอียน  ที่เกิดจากการเผชิญความจริงของชีวิตข้อนี้ได้ ก็โดยอาศัยศิลปะเพียงทางเดียวเท่านั้นจ้ะ   

     งวดนี้ทำมันอึ้งไปหลายเซค มันคงกำลังประมวณข้อมูลในสมอง และรีบถามออกมาด้วยความสงสัย อันเป็นธรรมชาติของมันแน่ๆ ฉันไม่ยอมให้มันตั้งตัวติดอยู่แล้ว  เมื่อศตรูอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด เราต้องรีบเผค็จศึก ฮ่า ฮ่า    

    แล้วหลานคิดยังไง? หลานว่าเราควรจะเชื่อคนเหล่านี้ดีไหม? ถ้าไม่เชื่อเราก็คงต้องพิสูจน์ใช่ไหมล่ะจ๊ะ  และถ้าเราต้องการพิสูจน์เราจะเริ่มต้นยังไงดี .... ติ๊ก.. ตอก.. ติ๊กตอก ฉันกดดันมันเข้าไปอีก เอาล่ะรุกฆาต      

  บังเอิญว่าป้ามีคำตอบสำหรับหลานไว้แล้ววันเดอร์บอย นั่นคือ เราไปพิสูจน์ด้วยการเที่ยวชมศิลปกรรมในพิพิธภัณฑ์กันดีไหม? เราจะได้รู้ด้วยตัวของเราเองว่า ศิลปะก่อให้เกิดอะไรบ้าง? และศิลปะมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมและสังคมในแต่ละยุคสมัยอย่างไร? และที่สำคัญที่สุด ศิลปะมีความสำคัญกับชีวิตมนุษย์เพียงไหน? ถ้าหลานอยากรู้ก็ตามป้ามาเลย ป้าจะเล่าให้ฟัง....

        ฮะป้า  มันรับคำเสียงอ่อย  

ป้าเอ็กซิสต์

ติดตามอ่านเรื่องของป้าหลาน  ชวนกันไปลูว์ฟ ได้ที่ link:  pa and wonderboyนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แม้ตัวตายแต่ผลงานของเขาจะยังคงอยู่ อย่างน้อยก็ในใจของคนรุ่นต่อมา

#1 By กัณฐ์ on 2009-10-14 15:45

อันที่จริงวรรคทองนี้กินใจ ทั้งผุ้ที่อยู่ในวงการศิลปะและคนทั่วไป ที่ดึงมาทำให้เป้นประเด็นโต้ตอบระหว่างป้าจอมแสบกับหลานจอมกวนเนี่ย เพื่อจะนำคนอ่านเข้าสุ่สารคดีท่องเที่ยวไปบนโลกแห่งศิลปะโดยใช้วิธีการใหม่ๆ อยากให้ติดตามนะคะ เพราะเขียนเรื่องนี้มาสักสองปีแล้ว แต่ขัดใจตรงที่มันดูยากและไม่น่าสนใจเลย ตอนนี้พยายามทำให้มันง่ายที่สุด เลยทำเป็นไดอะล็อคปัญญาอ่อนแบบนั้นล่ะ ลองเข้ามาอ่านเรื่อยๆนะ ขอบคุรที่เม้นนะคะ

#2 By wonderboy on 2009-10-14 15:56

ป้าฉันอยากรู้จัก Santayana Prak.

#3 By (124.120.0.149) on 2009-10-30 10:52

ขอกลับไปพัทยา หาหนังสือก่อนได้ไหม

#4 By wonderboy on 2009-10-31 01:00

ใครวะ รู้จักแต่ จอร์จ สันตะยานะ

#5 By wonderboy on 2009-10-31 01:26

เขียนเลย ใครก็ได้ อยากอ่านอีก

#6 By joke (58.137.251.182) on 2009-11-27 12:55