ปรัชญาของฟิคเต้ (ต่อ)

posted on 24 Apr 2012 15:32 by hoyjubkab

 

 

       หลังจากดูยอดที่หนูนักปรัชญาเข้ามาอ่านแล้ว ป้าก็ใจชื้นขึ้นมาทีเดียว ก็หนูนักปรัชญาส่วนใหญ่ให้ความสนใจลุงฟิคเต้ ทั้งที่แกออกจะโนเนมซะขนาดนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณ ป้าจะขอเขียนแนวคิดของแกต่อนะจ๊ะ
 
       อย่างที่ป้าบอกไปนะจ๊ะ ว่าลุงฟิคเต้แกมีคำคมฝากไว้แก่ชาวโลกว่า " ปรัชญาของคนๆหนึ่ง คือ หลักในจิตใจของเขาเอง "  ฟังๆดูก็คงจะประมาณว่า  ปรัชญามีลักษณะเป็นฝักเป็นฝ่าย และเข้าข้างตัวเองอะไรทำนองนั้น อิอิ
 
      ทีนี้ด้วยความเชื่อของแก ฟิคเต้ก้เลยสร้างปรัชญาขึ้นมาจากหลักความเชื่อที่มีอิทธิพลในแต่ละช่วงชีวิต อย่างในช่วงแรกที่ป้าพูดไปแล้วก็คือ  แกมีความเชื่อว่าธรรมชาติได้กำหนดสรรพสิ่งต่างๆในโลกธรรมชาติไว้หมดแล้ว ทั้งนี้เพราะสรรพสิ่งนั้นยึดโยงสัมพันธ์กันอยู่ทุกขณะ แม้กระทั่งตัวมนุษย์เองก็ด้วยเช่นกัน เพราะ เราเองก็เป็นการแสดงตัวอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติสำแดงออกมา
 
      แต่พอเข้ามายุคที่สอง แนวความคิดทางปรัชญาของฟิคเต้ก็เปลี่ยนไป เค้าเริ่มมาให้ความสนใจแนวคิดของเดวิด ฮูว์ม ( David Hume , 1711-1776) ซึ่งมีลักษณะเป็นจิตนิยมปรากฏการณ์ ซึ่งเอาไว้ป้าจะเขียนถึงในเอนทรี่ต่อไปละกันนะจ๊ะ ตรงนี้ถือว่าอ่านเล่นๆไปก่อน
 
     ประเด็นมันอยู่ที่ว่า แนวคิดของฮูว์มนั้นตรงกันข้ามกับแนวคิดแรกของฟิคเต้โดยสิ้นเชิง โดยลุงฟิคเต้แกให้เหตุผลว่า  ที่แกเชื่อเช่นนี้เพราะ แกมองเห็นข้อผิดพลาดของแนวคิดนิยัตินิยม หรือ Determinism ( ต้องขอโทษที่ไม่อธิบาย ) ที่แกไปรับมา ว่า
     
           เรา หมายถึงมนุษย์เอง ก็เป็นวัตถุในธรรมชาติ (นี่เป็นความคิดตั้งต้นที่แกใช้มาเป็นข้อเสนอชั้นหลัก )
 
    แต่แท้ที่จริงแล้ว แกมาใคร่ครวญดูว่า ถ้าเรามีการรับรู้(perception) มโนภาพต่างๆ อันได้แก่ บรรดาเส้น  สี  แสง  โครงสร้าง  ของเนื้อซึ่งประกอบเป็นวัคถุในธรรมชาตินั้น ผ่านประสาทสัมผัสของเราเอง ผ่านกระบวนการรับรู้ของจิตเกี่ยวกับความรู้สึกและรูปทั้งหลายของเราเอง แม้แต่ความเกี่ยวข้องในเชิงเหตุผลด้วยเช่นกัน
 
   นั่นแสดงว่า เราก็เป็นอิสระจากการถูกกำหนดโดยธรรมชาติน่ะดิ  เพราะเราเองเป็นผู้สร้างสรรค์ บรรดาเหตุทั้งหลายที่เราคิดว่ามันได้กำหนดตัวเราไว้นั่นเอง เพราะถ้าตัวเราเองก็ไม่มีอยู่ การรับรู้โลกธรรมชาติภายนอกตัวเราก็ไม่มีอยู่ด้วยเช่นกัน
 
     แต่ถึงกระนั้นก็มีข้อโต้แย้งว่า  ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากมโนภาพอันเป็นเพียงเงาที่ลางเลือนของความจริงแล้ว มีอะไรอยู่จริงภายนอกการรับรู้ของเราล่ะรึ? ไม่รู้แน่ว่า ตัวเอาเองนั้นมีในโลกหรือไม่ เพราะเราก็คือมโนภาพอย่างหนึ่ง ในบรรดามโนภาพทั้งหลายนั้น เป็นมโนภาพที่แสนจะลางเลือนคลุมเคลือ และแม้เพียงแค่นั้น เราก็ไม่อาจเป็นได้...ก็ไม่รู้
 
ป้าเอ็กซิสต์
คงต้องต่อตอนต่อไปนะจ๊ะ

Comment

Comment:

Tweet

ต้องขอบคุณ อาเจ้ปิยะ เอทีพีที. เวตรา และก็Valdis นะคะที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น คือปรัชญาของฟิคเต้มันมีสามยุคด้วยกัน ในยุคาุดท้ายที่ได้รับอิทธิพลของคานท์ดูจะเข้าใจง่ายขึ้นมาอีกหน่อย ฮูว์มเนี่ยค่อนข้างยากทีเดียว confused smile

#5 By wonderboy on 2012-04-25 11:59

ยังไม่ค่อยเข้าถึงปรัชญาของเดวิด ฮ่าๆsad smile
จะมาติดตามต่อนะคะ

#4 By Dache on 2012-04-25 10:23

สรุปแล้วแนวคิดหลักมันก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง
ข้นอยู่ว่าเราจะเข้าถึงรายระเอียด ที่นักปรัชญาแต่ละคนต้องการจะสื่อได้มากแค่ไหนสินะค่ะ

#3 By เวตรา on 2012-04-25 00:41

ต้องค้นหา....อะไรในปรัชญา ที่เป็นศาสตร์เด่นๆ เอามาใช้(ยังไม่เจอ)sad smile

#2 By Live a Live on 2012-04-24 21:54

หาภาพประกอบเก่งจัง
สวย สนุกด้วยหมาเข้าคิว
อ่านปรัชยาป้าตาลอดนะ
Hot! confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2012-04-24 21:02

Code Here.