หวัดดีจ้ะหนูนักปรัชญา ขอโทษนะที่หายไปเป็นเดือน พอดีย้ายไปอยู่ระยองน่ะจ้ะ ที่นี้ป้าก็ ไม่ได้ติดหนังสือปรัชญาไปด้วย เพราะต้องไปเช่าห้องเล็กๆอยู่ การขนของส่วนตัวเหมือนผีบ้า ( หอบฟาง ) ไปหมกในห้องให้มันทับตัวตาย ไม่ใช่เรื่องดีซะเท่าไหร่ ออกแนวเสียจริตไปซะด้วยซ้ำ ก็เลยไม่มีข้อมูลมาอ้างอิงน่ะ จะคิดเองเออเองก็เสี่ยงเกิน เดี๊ยวหนูนักปรัชญาจำไปผิดๆ ป้าเลยตัดสินใจไม่เขียนดีก่า แต่คิดถึงบล็อกนะ ฮิฮิ
 
    วันนี้มีเวลานิดหน่อย ก็เลยอยากมาเขียนอะไรให้อ่าน ตอนแรกก็ว่าจะเขียน เรื่อง The Not I หรือ สิ่งที่ไม่ใช่ตัวฉันของฟิคเต้ต่อ แต่หาหนังสือไม่เจอเลยขอเขียนถึง เรื่องเบาๆขึ้นมาอีกนิด เกี่ยวกับยุคสมัยของเรา ก็ตามชื่อเรื่องนั้นแล
 
    ป้าคิดว่าหนูนักปรัชญาหลายคนคงคิดเห็นไม่ต่างจากป้านะ เกี่ยวกับสิ่งรอบๆตัวเรา ว่าทำไมมีแต่เรื่องเลวทรามต่ำช้า ถึงแม้หลายคนจะเป็นพวกโลกสวย แต่ถ้าเราไม่หลอกตัวเอง ยุคสมัยของเราเป็นยุคที่ปั่นป่วน เลวระยำ ไร้ซึ่งอุดมคติจริงๆว่ะ
 
    ป้าไม่ได้หยาบนะ มันราวกับว่า อาจจะเกิดอะไรที่ไม่น่าเกิด ไม่อยากจะเชื่อได้เสมอ ยกตัวอย่างข่าวที่ผ่านๆมา คนจรจัดถูกกินใบหน้่าในอเมริกา  หรือ คนถูกฆ่าตัดคอกลางรถเมล์แถมโดนกินสมองกันสดๆที่แคนาดา ในอเมริกาอีกเหมือนกันที่มีนักศึกษาเอเซียถูกเพื่อนร่วมมหาลัย ฆ่าหั่นชิ้นส่วนไว้กินแกล้มเหล้า เอิ๊กๆๆ การกินเนื้อพวกเดียวกันเองนี่มันไม่น่าเรียกว่ามนุษย์นะ
 
   นี่ยังไม่รวมการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปเรื่อยๆเปื่อยๆบนโลกนี้ ล่าสุดก็ชาวพุทธ  ย้ำชาวพุทธในพม่าฆ่าชาวโรฮิงยา เอาเข้าไปใครชอบพูดว่าพม่าเค้าเคร่งศาสนามากกว่าเรากรุณาไปทบทวนใหม่ เสื่อมพอๆกัน เผลอๆเราดีกว่าหน่อยนึง แค่มีพระแต๋วพระตุ๊ด พระเอาสีกาไปนอนเล่นในกุฏิ และชาวพุทธไทยก็ไหว้เห็ด ไหว้เหาไปตามเรื่อง
 
   คนเหล่านี้บางคนอาจจะบ้า หรือมีอาการทางจิตขั้นรุนแรงก็ได้ แต่ก็ยังมีคนที่จิตปกติอีกหลายคน ที่มีรสนิยมชอบความรุนแรง ไม่ฆ่าคนก็ฆ่าสัตว์ วันดีคืนดีก็เอาแมวเอาหมามาฆ่า โชว์ลงยูทูป หรือ ไปรุมยืนด่าคนแก่กลางรถเมล์ให้เค้าเจ็บปวดจนร้องไห้ แล้วก็ถ่ายคลิปมาล้อเลียน ทำทุกวันทุกวี่ เป้นเรื่องสนุกสนาน ลงในเฟสของกลุ่มตนเอง
 
   ของบ้านเราเองก็เมพมิใช่น้อย รุมโทรมผู้หญิงกลางค่ายทหาร หรือตบตีกันแย่งผู้ชายก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ มองเผินๆ การใช้ความรุนแรงดูจะเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว ไม่รู้สาเหตุมันมาจากไหนบ้างนะ
 
   มีคนบอกว่าก็ศาสนามันเสื่อม คนเราไม่กลัวบาปบุญคุณโทษ บางคนบอกว่า ก็มันเล่นแต่เกมส์รุนแรงจนชินชาแยกไม่ออกว่าโลกเสมือนจริงกับโลกจริงมันมีเส้นแบ่งอยู่นะเว๊ย บางคนบอกว่ากฎหมายมันก็เป็นกฏหมู่ละวะ มีพวกมากก็แก้กฏหมายลบล้างความผิดได้หมด  บางคนบอกว่าก็พ่อแม่งไม่เคยสั่งสอน ว่ากันไปถึงรากเหง้าต้นตระกูลเลยทีเดียว
 
   ในมุมมองของป้า เรื่องเลวๆเหล่านี้มันมีมาทุกยุคทุกสมัยนั่นล่ะ แต่มันส่งผลกระทบมาถึงเรา แค่ไหนก็เท่านั้น การฆ่ากันทำร้ายกันและกันหรือแม้กระทั่งทำร้ายตนเอง เป็นพลังด้านมืด พลังแห่งการทำลายล้างที่เป็นไปตามเสียงร่ำร้อง ของสัญชาติญาณที่ติดตัวมนุษย์มาทุกคน แต่จะได้รับการขัดเกลาผ่านกระบวนการทางสังคมได้มากแค่ไหนเท่านั้น 
 
    ไอ้ภาวะที่มนุษย์ต้องคอยประนีประนอมกับตัวเอง ไม่ให้หลุดกรอบเป็นมนุษย์อันตรายเนี่ย มันยากส์มว่ากกกกนะ  และไอ้ตรงจุดนี้ล่ะ ที่มันทำให้เกิดความขัดแย้งในจิตใจคนเราซะเหลือเกิ๊นนนนว่าไหม ป้าเองก็มีหลายครั้งนะที่อยากทำร้ายตัวเองน่ะ แต่ก็ยังฉุดสติยั้งไว้ได้ พอมานั่งคิดว่าทำไม เราถึงตกต่ำได้ขนาดนั้น ก็มักจะตอบตนเองว่า " กรูคงติดโรคของยุคสมัยเข้าให้แล้ว "
 
   จึงกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย กลัวและหวาดระแวงอย่างไร้สาเหตุ คิดแต่จะใช้ความรุนแรงท่าเดียว ทุกข์ง่าย สุขยาก และฟุ้งซ่านสับสนปนดราม่า เกือบตลอดเวลา เฮ้อ..
 
   สมัยตอนที่อ่าน วรรณกรรมเรื่อง " เดเมียน " ของนักเขียนเยอรมัน เจ้าของโนเบล ที่ชื่อว่า เฮอมานน์ เฮสเส เนี่ย เค้าอธิบายการดิ้นรนที่จะต่อสู้กับโรคแห่งยุคสมัยได้ดีนะ ลองอ่านดู
   

        “การชุมนุมทางวิญญาณที่เราเห็นๆกันอยู่ในเวลานี้  เป็นสัญชาติญาณของสัตว์ที่กำลังแสดงบทบาทกันเท่านั้นเอง  มนุษย์กำลังวิ่งสู่อ้อมแขนกันและกัน  เพราะต่างกลัวกันเอง  พวกมีอำนาจก็ต่างกลัวกันเอง  ทั้งหมดนั่นคือชุมนุมที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตัวเองโดยแท้ ทำไมเขาถึงกลัวล่ะ มนุษย์จะเกิดความกลัวเมื่อ  เขาไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวเอง เขากลัวเพราะเขาไม่เคยเรียนที่จะรู้จักตัวเอง

    ทั้งหมดที่เห็นนั่นคือ  ชุมนุมที่ประกอบด้วยคนที่กลัวธาตุของความไม่รู้ในตัวเอง เขาเพียงแต่รู้ว่ากฎแห่งชีวิตที่เขาได้มานั้นไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป รู้แต่ว่าเขากำลังดำเนินชีวิตไปตามกฎที่ล้าสมัยที่ทั้งศาสนาและประเพณีไม่อาจปรับตัวเข้ากับความต้องการของคนในปัจจุบัน ...ผู้คนที่มารวมกันโดยประสาทสับสนอย่างนี้   ล้วนพกมาแต่ความกลัวความชั่วร้ายไม่มีใครไว้ใจใคร    เขายึดถืออุดมคติที่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เขาขว้างก้อนหินทำร้ายคนที่นำอุดมคติใหม่ๆเข้ามา”    

           เห็นไหมจ๊ะ แกวิพากษ์วิจารณ์ผู้คนที่มีชีวิตร่วมสมัยกับแก ซึ่งว่าไปแล้วก็ไม่ได้แตกต่างไปมากนักจากคนในยุคสมัยของเรา เหมือนกัน มันก็ดูไม่มีทางออกอ่ะเนอะ แต่ป้าเองก็ยังหวังว่า พลังของปัจเจกชนจะปกป้องเราจากโรคระบาดทำนองนี้จากฝูงชนได้

       เอาเป็นว่าขอให้พวกเราชาวเอ็กซิสต์จะดำรงความเป็นตัวเองให้ได้นานที่สุดนะจ๊ะไม่ว่าจะยืนอยู่ ณ แห่งหน ตำบลใด ในโลกนี้  ....

 
ป้าเอ็กซิสต์

   

Comment

Comment:

Tweet

ในธรรมชาติการทำร้ายการฆ่ามันเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว!
อย่ามาเนียนเลยนอนเช้า... การทำร้ายกันน่ะมันก็เลวร้ายในตัวมันเองอยู่แล้ว open-mounthed smile

#9 By wonderboy on 2012-06-30 20:20

การฆ่ามันเป็นเรื่องธรรมดาๆ เพียงแต่เราไม่อยากให้ใครมาฆ่าเรา เราก็เลยฮั้วกันว่า เห้ย พวกเรายกให้การฆ่าเป็นสิ่งเลวร้ายกันเถอะ
การกระทำของมนุษย์ไม่มีอะไรที่เลวร้ายหรอก
ขอบคุณคร่าอาเจ้ปิยะ และ คุณเอทีพีที ที่เข้ามาเมนท์แต่หัววัน จริงๆตัวเองเป็นคนมีศรัทธาในพุทธศาสนามากค่ะ เพราะผ่านวิกฤติในชีวิตได้ด้วยธรรมะของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น โชคดีค่ะที่สมัยนี้มีเวปฟังธรรม เลยมีพระเถระสั่งสอนบ่อยๆsad smile

#7 By wonderboy on 2012-06-26 18:35

คนฆ่ากันตั้งแต่ยุคสมัยหินแล้ว
แย่งถิ่นแย่งที่ทำกิน
อย่าหาความสงบไม่มีทาง
พระศาสดาทุกศาสนาจึงเกินขึ้นเพื่อ
สอนให้คนไม่ฆ่ากัน โดยมีสวรรค์เปนตัวล่อ
ให้ทำความดี   พวกนักเลงผู้ร้าย
โจรฆ่าคนมือปืนรับจ้างห้อยพระเต็มคอ
ไว้ให้ตนเองแคล้วฆาต  ไม่ได้สนใจในคำสอน
ให้ทำความดีใด ๆ

#6 By ปิยะ99 on 2012-06-26 14:54

อยากบอกว่า ศาสนา ไม่เสื่อมหรอก...........
คนเท่านั้น ที่เสื่อม เพราะอาจจะไม่มีศาสนา.........sad smile
เดี๋ยวนี้จัดหน้าบล็อกได้แล้ว................ดีๆๆๆๆ

#5 By Live a Live on 2012-06-25 22:32

โดนเพื่อนด่าไล่กลับโลกมือประจำค่า โฮะๆๆ

#4 By เวตรา on 2012-06-25 20:22

ป้ากับเวตราน่าจะจัดอยู่ในกลุ่มโลกมืดนะ ฮิฮิquestion

#3 By wonderboy on 2012-06-25 20:17

ดีใจที่กลับมาค่าา คริคริconfused smile confused smile
ก็อย่างว่าถ้าเราทุกคนยอมรับความจริงได้มากขึ้น
มองโลกและผู้คนในแบบที่เค้าเป็นได้
เข้าใจว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันเคยเกิดมาแล้ว และแค่เกิดซ้ำอีกครั้งก็เท่านั้น เวตราว่าเราจะรับกับเรื่อที่เกิดขึ้นมาได้ดีขึ้นนะค่ะ
ไม่ใช่เหมือนที่เป็นอยู่ รับนั้นก็ไม่ได้รับนี้ก็ไม่ได้ เห็นแล้วอึดอัดแทน big smile Hot! Hot! Hot!

#2 By เวตรา on 2012-06-25 19:26

กลับมาแล้วจ้ะquestion

#1 By wonderboy on 2012-06-25 16:25

Code Here.