Sex กับเสรีภาพ

posted on 28 Sep 2012 12:34 by hoyjubkab
        
 
    หวัดดีจ้ะหนูนักปรัชญาทุกคน ก็ขอทักทายก่อนตามธรรมเนียมนะจ๊ะ แม้จะไม่รู้จักหน้าค่าตากัน แต่ป้าก็รักหนูนักปรัชญาทุกคนนะจ๊ะ อย่างน้อยก็ในฐานะสิ่งมีชีวิตร่วมโลกเดียวกัน
 
        ฮ่าๆๆ ป้าไม่ได้มาอย่างโลกสวยหรอกนะ ถ้าหนูนักปรัชญาจะคิดอย่างนั้น ยิ่งหัวข้อที่จะมาคุยกันแบบเบาๆ ก็ไม่สวยสดงดงามอะไร หลายคนที่ศีลธรรมจัด ก็อาจจะเลือกที่จะไม่อ่านเนื้อหาในเอนทรี่นี้ก็ได้
 
        อ้อ...เพ้อจนลืมขอบคุณสำหรับ ยอดเปิดวิวที่มากเกือบเป็นประวัติการณ์ มากกว่าเดือนอื่นหลายร้อยอยู่ อิอิ ซึ่งคงไปเทียบกับบล็อกของเด็กน้อยไม่ได้หรอก แหม แต่มันก็อดปลื้มไม่ได้นี่ ยิ่งถ้่าเป็นช่วงที่จิตตกอย่างตอนนี้นะ ถึงกับฟินเลยทีเดียว
 
        ทีนี้เรื่องที่ป้าจะคุยให้หนูนักปรัชญาฟังในวันนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ sex behaviour กับ เสรีภาพของมนุษย์นะ ซึ่งถ้าเอามาพูดในพ.ศ.นี้นับว่าเอ้าท์ไปหน่อย แต่ถ้าบริบทมันอยู่ในช่วงต้นยุคห้าสิบเนี่ย มันเจิดเอามากๆ
 
        หลายคนคงอาจสับสนเวลาเรานำคำว่าเซ็กส์ ( sex )มาใช้ เพราะเซ็กส์ในภาษาอังกฤษแปลตรงตัวแปลว่าเพศ ใช่ไหม แต่ถ้่าเพศสภาพก็คือ gender แต่ความหมายอีกอย่างของเซ็กส์ก็คือการร่วมเพศ ในที่นี้ป้าขอเหมารวมว่า เซ็กส์ของป้ามาจาก sex behaviour หรือ พฤติกรรมทางเพศ นะจ๊ะ
 
      อันนี้ต้องขอสารภาพจิ๊ดนึง คือได้แรงดาลใจมาจากหนังฮอลลีวู๊ดเรื่อง Kinsey มาน่ะจ้ะ คือ คินซีย์ ในที่นี้เป็นขื่อคนจ้ะ มาจากชื่อเต็มของ ดร. อัลเฟรด คินซีย์ ชาวอเมริกัน แกเป็นศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา กีฏวิทยา สัตว์วิทยา แล้วก็ เพศศึกษา อะแฮ่ม...ซึ่งอันหลังเนี่ยทำให้แกมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในฐานะนักวิทยาศาสตร์ขบถ
 
     เพราะในยุคของแกก็คือราวๆต้นศตวรรษที่ยิ่สิบ และก่อนหน้านั้น (คือ แกมีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ.1894-1956 ) เรื่องเพศศึกษายังไม่เป็นที่ยอมรับในแวดวงการศึกษาเลย คือในสมัยนู้นขนาดประเทศที่จัดได้ว่าพัฒนาไปไกลแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกา ยังมีความเชื่อผิดๆในเรื่องเซ็กส์เยอะเลย เช่น การช่วยตนเองจะทำให้ติดโรค ห้ามมีออรัลเซ็กส์เพราะจะทำให้เป็นหมัน เลยเถิดไปถึงขนาดที่ การมีประจำเดือนในเพศหญิงยังกลายเป็นเรื่องผิดไปเลยด้วยซ้ำ นี่ไม่ต้องไปพูดถึง รสนิยมทางเพศแบบชายกับชาย หญิงกับหญิง กับเด็ก กับสัตว์ สิ่งของ อื่นๆอีกมากมาย มากมาย
 
     ความเชื่อและทัศนคติเรื่องพฤติกรรมทางเพศ ซึ่งป้าขอย่อเหลือแค่เพศนะ ที่ผิดเพี้ยนมาจาก ความเชื่อที่เคร่งครัดในศาสนาด้วยส่วนนึง แล้วก็แนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม ที่ยึดจารีตประเพณีเป็นหลัก อ้อ กระแสแฟมินิสต์ หรือสตรีนิยมก็ยังไม่เฟื่องฟูเข้ามาจากยุโีรปก็เป็นสาเหตุนึงด้วยป้าว่านะ
 
      ในบั้นปลายชีวิต ดร.คินซีย์ได้เขียนตำราเรื่องเพศศึกษาขึ้นมาสองเล่ม และมีชื่อเสียงเรียกว่าเป็นตำราวิชาการที่ขายดีมาก เนื้อหามาจากการเก็บตัวอย่างประชากรหลายแสนคนทั่วสหรัฐอเมริกา โดยการสัมภาษณ์ พฤติกรรมทางเพศทั้งหญิงและชาย แล้วผลก็ออกมาเป็นตำราสองเล่มนี้ล่ะ
 
    ซึ่งในช่วงแรกเค้าถูกประนามและต่อต้านจากสังคมมาก ทั้งที่เป็นคณาจารย์เองและคนทั่วไป จริงๆแล้วคุณูประการของดร.คินซีย์ มีคุณค่ามากนะ เพราะสามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่สังคมได้ เนื่องจาก คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าการเปิดเผนเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอับอาย และก็มักจะคิดว่าตนเองผิดปกติเสมอถ้าไม่มีเซ็กส์แบบที่คนอื่นมี
 
     เช่น ต้องใช้ท่ามิชชันนารีท่าเดียวเป็นต้น อันนี้ขอเสริมหน่อยนะ ไหนๆก็เลยเถิดมาถึงท่ามิชชันนารีละ คือ มีเรื่องเล่าว่า ที่เรียกว่ามิชชันนารีก็เพราะ สมัยก่อนชาวยุโรปที่ออกไปเผยแพร่ศาสนามักจะเป็นพวกโปรแตสแตนท์ ซึ่งสามารถมีครอบครัวได้ พวกมิชชันนารีพวกนี้มักจะถูกปลูกฝังแนวคิดแบบปิตาธิปไตย คือชายเป็นใหญ่ ก็พระเจ้ายังเป็นเพศชายเลยชิมิ ทีนี้เวลามีเซ็กส์เนี่ย ต้องแสดงอำนาจเหนือฝ่ายหญิงจึงต้องอยู่ด้านบนไง ทีนี้พวกชาวท้องถิ่นแอบมาเห็นเข้าก็เลยเรียกว่าท่ามิชชันนารี ก็เลยเอวังมา ณ ที่นี้
 
     ที่นี้ไอ้เซ็กส์เนี่ยมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลายคนถูกคัดสินว่าเป็นพวกวิปริตทางเพศ เพียงเพราะว่า มีรสนิยมทางเพศต่างไปจากบรรทัดฐานทางสังคม อย่างเช่น พวกนิยมความเจ็บปวด  แลกคู่นอน หรือ นิยมสัตว์ แบบนี้เป็นต้น
 
    หนูนักปรัชญาคิดว่า การถูกแบนจากสังคมเพียงแค่รสนิยมทางเพศเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ ขอบเขตของคำว่าวิตถารหรือวิปริตทางเพศควรมีแค่ระดับใด กว้างขวางแค่ไหน และไอ้ที่ว่ามนุษย์เราควรมีเสรีภาพเท่าเทียมกันน่ะ มันก็เป็นได้แค่คำพูดสวยหรูของพวกปากว่าตาขยิบ หรือไม่ โดยเฉพาะเสรีภาพทางเพศนั้นควรมีแค่ไหนกัน เราน่าจะมาคุยกันหน่อยว่าไหม?
 
     เกี่ยวกับเสรีภาพนั้น นักปรัชญาชื่อว่า ฌองค์ ปอล ซาร์ต เคยว่าไว้นานแล้วคือราวๆหลังสงครามโลกครั้งที่สองพึ่งจบใหม่ๆ โดยแนวคิดแรกๆของเค้า ส่งเสริมเสรีภาพอย่างเต็มเปี่ยมอย่างไม่มีขีดจำกัด แต่ในภายหลังเค้าก็เอาแนวคิดเรื่องทางเลือกและความรับผิดชอบมาสนับสนุนด้วย เพื่อป้องกันการวิพากษ์วิจารณ์เสรีภาพอันไร้ขอบเขตนั้น
 
    คือประมาณว่า เมื่อเรามีเสรีภาพในการเลือกอย่างเต็มเปี่ยม ก็ต้องรับผิดชอบต่อการเลือกด้วยเสรีภาพนั้นอย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกัน  ใครสนใจป้าได้เขียนไว้ในเอนทรี่เก่าๆนานมาแล้ว ในหัวข้อ " ทางเลือกและความรับผิดชอบ"
 
   พักลุงซาร์ตไปก่อน สิ่งที่ป้าสนใจก็คือ เสรีภาพในเรื่องเพศนั้น ควรนำศีลธรรมหรือ กรอบสังคม มาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ? เพราะถึงแม้เรื่องเพศจะเป็นเรื่องที่มีความเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะจดจ้องถ้านำมาเปิดเผยในที่สาธารณะ ดูเคสเด็กน้อยที่ซั่มกันในโรงหนังดิ ถ้าถามป้าว่าผิดศีลธรรมหรือไม่ ป้าว่าไม่นะ และเค้ามีเสรีภาพที่จะทำด้วยแหมโรงหนังก็มืดเนอะ นึกว่าพ้นสายตาคนแล้วเชียว
 
   ปัญหาก็คือเมื่อมันถูกนำมาเปิดเผยในที่สาธารณะ มันก็เลยกลายเป็นอีกเรื่อง ไม่ว่าใครจะเห็นด้วยรึไม่ ป้าก็ไม่โทษเด็กหรอก ไหนจะขาดความรู้เรื่องเพศศึกษา ไหนจะฮอร์โมนพาไป ป้าว่า ประเทศเราดีแต่ยกศีลธรรมมาโจมตีคนอื่นให้ล้มคว่ำคะมำหงาย  และ แน่นอนว่า วาทกรรมคนดีตามศีลธรรมเช่นนี้ ไม่มีที่ว่างให้เสรีภาพแม้น้อยนิด ต่อให้เสรีภาพนั้นจะพ่วงมาด้วยความรับผิดชอบ รึไม่ก็คาม....
 
ป้าเอ็กซิสต์
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะ big smile

#8 By paradox on 2013-06-05 22:38

ขอโทษทีนะคะที่ตอบช้าไปหน่อย และก็ยินดีที่ได้รู้จักพาราดอกซ์นะจ๊ะ

ว่ากันตามความจริงแล้ว มีมวลคิดสองมวลที่มีความแตกต่างกัน มวลนึงเชื่อว่าเสรีภาพไม่มีขอบเขต เพราะมนุษย์มีสิทธิ์เหนือร่างกายและจิตใจของตัวเอง ยกตัวอย่างง่ายๆ การฆ่าตัวตายมันเป็นสิทธิ์ของเรา การขายอวัยวะก็เป็นสิทธิ์ของเรา ไม่มีใครมาตำกัดสิทธิ์เราได้ ในทางอุดมคติเสรีภาพนี้ดูจะไม่มีอะไรมากดทับหรือจำกัดมันได้

อีกมวลนึงเขื่อว่า เสรีภาพเป็นมายาคตินึงคล้ายกับนามธรรมอื่นๆ มันแปรผันไปตามบริบท ของสังคม ไม่ว่าจะเป็นกาละเทศะอย่างที่กล่าวมา มันอาจถูกจำกัดด้วยวัฒนธรรมประเพณี คติความเชื่อ หรือ กฎหมาย เสรีภาพจึงมีขอบเขตที่แน่นอน

#7 By wonderboy on 2013-04-18 13:21

เสรีภาพมีขอบเขตไหมค่ะ และ นิยามของ กาละและเทศะล่ะ ข้อความรู้ด้วยคร้า

#6 By paradox on 2013-03-05 21:35

ขอบคุณค่ะ หนูนะดา เมล็ดพันธุ์ปรัชญางอกเงยไม่ขึ้นกับอายุนะคะ

#5 By wonderboy on 2012-10-11 20:37

มาให้กำลังใจคุณเจ้าของบล็อกค่ะ
ถ้าหนูสอบเสร็จเมื่อไหร่หนูจะไล่อ่านให้หมดเลย 

#4 By nadia (103.7.57.18|171.7.174.248) on 2012-10-08 13:55

หวัดดีค่ะเอทีพีที

#3 By wonderboy on 2012-09-29 19:58

Hot! Hot! sad smile

#2 By Live a Live on 2012-09-28 22:38

เข้ามาอ่านกันนะจ๊ะ ขอบคุณไว้ก่อน

#1 By wonderboy on 2012-09-28 20:50

Code Here.