ฮีโร่พันธุ์ใหม่  ยอดมนุษย์กางเกงใน

               จะเป็นอย่างไร....เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับฮีโร่ที่สวมกางเกงในครอบไว้บนใบหน้าแทนหน้ากากยอดมนุษย์ชวัญใจชาวโลกอย่าง มนุษย์ค้างคาว ไอ้แมงมุม ... ไปจนถึงเรนเจอร์ทั้งหลาย ยิ่งไปกว่านั้น ชุดฮีโร่ที่เค้าสวมใส่ก็น้อยชิ้นจนแทบจะปิดง่ามตูดไม่ไหว ถึงแม้ว่าเค้าจะปรากฏกายคล้ายคนโรคจิตขั้นโคม่า  แต่เค้าก็เป็นยอดมนุษย์เพื่อช่วยโลกใบนี้นะ แต่   แต่   เราจะให้เค้าช่วยหรือจะวิ่งหนีให้ป่าราบดีล้่ะ?

               บอกได้คำเดียวว่า ถ้ามันผู้นี้มาอยู่ต่อหน้าป้าจริงล่ะก็  เหอะๆๆๆในวูบแรกป้าขอเป็นลมดีกว่า  เอิ๊กกกกกก กรูอายแทนน่ะ!!!!เชี่ยยยไข่แมร่งกลมดิ๊กเลย

                สวัสดีนะจ๊ะหนูนักปรัชญาทุกคน  ทักทายกันด้วยรูปลักษณ์ของยอดมนุษย์สุดวิปริต ที่ป้าพึ่งไปประสบพบเจอในหนังเรื่อง เฮนไตคาเมน  หนังญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากมังงะที่แสนโด่งดังเมื่อราวๆสิบปีก่อน ตามที่เค้าบอกเล่ามานะจ๊ะ เรียกว่าพึ่งดูไปเมื่อคืนเอง อดไม่ได้ต้องรีบหยิบมาคุยกับหนูนักปรัชญาเลยทีเดียว

                เค้าบอกว่าสมัย "เฮนไตคาเมน" (HK: Hentai Kamen) หรือในชื่อไทยว่า "เทพบุตรหลุดโลก"  ตีพิมพ์ เป็นการ์ตูนลงในโชเนนจัมป์รายสัปดาห์   แม้จะมีความยาวแค่หกตอนเอง แต่ความแปลกประหลาดที่ออกแนวโรคจิต เยาะเย้ยถากถางความเป็นยอดมนุษย์ขั้นเทพตามมาตรฐานสากล  เป็นที่ฮือฮาน่าสนใจ

            หลายคนถึงกับติดอกติดใจจนมาถึงทุกวันนี้  แม้จะผ่านมาเกือบยี่สิบปีมาแล้ว  แต่มันจะมีสเน้่ห์ขนาดมีแฟนคลับตามกรี๊ดยกป้ายไฟมาได้เนี่ย มันก็ต้องมีอะไรมากกว่าความเป็นโรตจิตที่เราเห็นจากในภาพดิวะ อ๊ะ  มาลองดูกัน

              เรื่องมันประมาณว่าอีพระเอก เคียวซิเกะ  มันเป็นเด็กวัยรุ่นกากๆคนนึง มีพ่อเป็นตำรวจฝีมือดีส่วนแม่เป็นพวกบริการให้ความสุขทางเพศแบบวิปริต  ทว่าทั้งสองดันเป็นพวกซาดิสต์กับมาโซคิสต์มก็เลยแต่งงานกัน ต่อมาพ่อตายในหน้าที่ อีพระเอกมันก็ อยากเป็นฮีโร่เหมือนพ่อแต่เป็นพวกโคตรกาก ทำอะไรก็ล้มเหลวหมด สู้ใครก็ไม่ได้ มันก็เก็บกดมาตลอด

                 วันนึงนางเอกเข้ามาเรียนห้องเดียวกับพระเอก  มันก็มโนไปร้อยแปดเรียกว่าตกหลุมรักเมื่อแรกเห็น แต่ยังไม่ทันจะสานสัมพันธ์ นางเอกดันถูกโจรกลุ่มนึงจับไปเป็นตัวประกันในตึกแห่งนึงเสียก่อน  ทีนี้อีพระเอกมันก็อยากช่วยนะ แต่ทำไงได้ล่ะ โง่ก็โง่ อ่อนแอก็เท่านั้น แต่ด้วยความรักแน่นอก  ก็เลยแอบเข้าไปในตึกที่ผู้ร้ายจับตัวประกันไว้

              ระหว่างที่จะเข้าไปช่วยนั่นเอง  สมุนของผู้ร้ายก็เข้ามาเจอ  ด้วยความตกใจก็เลยซัดเข้าให้ จนผู้ร้ายสลบ  ตัวพระเอกกลัวว่าผู้ร้ายที่เหลือจะรู้ว่ามีคนมาช่วย ก็เลยหาอะไรปิดบังหน้าตาไว้ ตอนแรกก็กะว่าจะเอาหน้ากากที่ผู้ร่ายใส่น่ะล่ะ  แต่อยู่ดีๆก็คิดได้ว่าไปหาอย่างอื่นดีกว่า

             มันก็เลยไปค้นล็อกเกอร์เจอกางเกงในใช้แล้ว มันก็เลยเอามาสวมหน้าแทนหน้ากาก ปรากฏว่า พลังโรคจิตที่เก็บกดไว้ในจิตใต้สำนึก  ได้ระเบิดออกกลายเป็นยอดมนุษย์ที่มีรูปลักษณ์จิตสุดๆ ดูจากรูปได้ คราวนี้มันก็เลยออกช่วยสังคมใหญ่ ที่สำคัญขณะมันสวมกางเกงในที่ใช้แล้วเนี่ยมันจะฟินมากๆ ไม่มีอายกันเลยทีเดียว

               ศตรูของพระเอกมีทุกประเภท ตั้งแต่โจรกระจอกทั่วๆไป ไปจนถึง คาเมนต่างๆที่เมื่อแปลงร่างแล้วจะคิดไม่ถึงอย่าง ผู้พิทักษ์กฏ ที่คอยตบนักเรียนที่ทำผิดกฏระเบียบ ผู้สร้างความบันเทิงที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีนักเรียนสาวๆกรี๊ดเสมอ ศตรูที่ดูจะเป็นคู่ปรับกับพระเอกแบบสมน้ำสมเนื้อหน่อยก็คือ มนุษย์กางเกงในแต่อัพเกรดให้วิปริตไปสามโลก คือขณะที่สู้จะชอบพูดหยาบโลนดูถูกตัวเองและบี้หัวนมตัวเองไปด้วย คือวิปริตสุดๆๆๆๆๆๆจนพระเอกต้องยอมแพ้

             ฉากต่อสู้ของคู่นี้  ที่ป้าดูแล้วไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรืออ๊วกดีก็คือ ฉากที่มันใข้ไข่สู้กัน ไม่รู้คนเขียนการ์ตูนมันคิดได้ไงนะนับถือจริงๆ คือเป็นหนังที่ไม่รุนแรง โป๋เปลือยสยิวกิ้ว  แต่ดูๆไปอาจจะสำรอกอาหารที่พึ่งกินไปได้

             คือมันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่หรอก ไอ้ที่มาที่ไปของมัน แต่นอกเหนือจากความตลกปนจิตๆเนี่ย ป้าชอบคอนเซปต์ของมัน โดยเฉพาะความขัดแย้งในใจเรื่องความถูกต้องในเรื่องเพศของวัยรุ่น  และความย้อนแย้งระหว่างรูปลักษณ์ที่แสนอัปลักษณ์ ตามที่คนภายนอกมองเห็น กับความดีงามในใจ  พร้อมความหื่นที่ซ่อนไว้ก็เข้าขั้นวิปริตตามมาตรฐานปกติอย่างแยกไม่ออกในขณะเดียวกัน

                ดูหนังเรื่องนี้  แม้จะจั๊กกะด์๊ยไปบ้าง  แต่มันก็ได้แง่คิด  โดยเฉพาะในเรื่องของการยอมรับตนเองและผู้อื่น  คือเกี่ยวกับเรื่องนี้ป้าเองมองว่ามนุษย์น่ะมีความอัปลักษณ์กับความงามอยู่ในตัวทุกคน   อันนี้ไม่ใข่แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏต่อการรับรู้ของคนเราเท่านั้นแต่มันคือความคิดจิตวิญญาณที่อยู่ด้านในด้วย   ซึ่งแน่นอนว่ามีแต่เราเองเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจ 

         แม้จะเอากันจริง ๆจะมีใครสักกี่คนที่จะชื่นชม ความอัปลักษณ์ของผู้อื่น ถึงแม้เราจะไม่เดือดร้อนกับความผิดเพี้ยนของเค้าคนนั้นก็ตาม    ป้าว่ามนุษย์ที่แท้เนี่ยเค้าไม่ปฏิเสธตัวเองหรอกนะ เค้ารับได้ทั้งด้านดีด้านชั่วที่อยู่ในตัวเอง การปฏิเสธด้านใดด้านนึงไปก็เหมือนไร้ตัวตนน่ะ  และก็กล้ายืดอกรับคำประนามหยามเหยียดอย่างไม่สะทกสะท้านด้วย

              แต่ส่วนใหญ่มันไม่ใช่อ่ะดิ  ไอ้พวกนี้มันประเภทเอาความดีใส่ตัวเอาความชั่วใส่คนอื่น เอ...ไม่ใช่นิ   อาจจะประมาณน้ำขุ่นอยู่ในน้ำใสไว้นอก  ปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ  มือถือสากปากถือศีล   แหมมม  ทำเป็นเอาคำพังเพยมาเล่น เอิ่มมม ลืมไปเหอะ ...

                 ป้าคิดว่าคนส่วนใหญ่กลัวด้านมืดของตนเอง ก็เลยชอบพรีเซนต์แต่ด้านดี ให้คนภายนอกให้สังคมรอบๆได้รับรู้แต่เพียงด้านเดียว ที่เห็นๆกันอยู่ก็ประเภทเอาเสื้อคลุมความดี  ความมีชื่อเสียง  คุณวุฒิวัยวุฒิ หรือแม้กระทั่งกระแสสังคมมาสวมใส่อวดหรือข่มคนอื่น  ทั้งที่สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ความเป็นตัวตนทั้งหมดของเราก็ตาม

              ที่สำคัญความกลัวที่แฝงเร้นในโครงข่ายเหตุผลที่เราถักทอมาหุ้มตัวเองนี่ล่ะ  ที่เป็นอุปสรรคที่สุดในการเอาชนะตนเอง  สังเกตดูเถอะไม่ว่าเราจะคิดอะไรจะทำอะไร เราเอาเหตุผลส่วนตัวมาเป็นข้ออ้างเสมอ   เค้าเรียกว่าศาสตร์ของการหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง เป็นวิธีทางจิตวิทยาแบบนึง  555 

             ถามป้าว่ามันผิดไหม ป้าก็ว่าไม่หรอก ขออย่างเดียวว่า เราต้องยอมรับเหตุผลของผู้อื่นด้วยเช่นกัน อย่าลืมว่ามนุษย์ทุกคนมีความกลัวเป็นพื้นฐาน และเจ้าความกลัวนี่ล่ะที่ขับเคลื่อนโลกเส็งเคร็งใบนี้ไปแม้เราจะไม่ต้องการก็ตาม แต่ใครล่ะจะเอาความกลัวของตนมาตีแผ่ให้คนอื่นรู้  ที่เห็นก็มีแต่เอาเหตุผลมาอ้างตีหัวเอาเปรียบผู้อื่นไปวันวัน..

ป้าเอ็กซิสต์

Comment

Comment:

Tweet

วันนี้มาแนวสนุก
อย่างว่าละคนเพี้ยน ๆ
จึงไม่มีเหุตผลอะนะ
ป้าสบายดีนะจ้ะ confused smile

#2 By ปิยะ99 on 2013-09-07 14:58

สวัสดีชาวโลกนะคะ

#1 By wonderboy on 2013-09-07 11:38

Code Here.