ศาสนาไม่ช่วยอะไรสินะ

posted on 27 Aug 2014 15:15 by hoyjubkab
หวัดดีจ้ะหนูนักปรัชญา
 
       ทักทายกันไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ จะเข้าเดือนกันยายนแล้ว เด็กมหาลัยพึ่งจะเปิดเทอมมาได้ไม่นาน ส่วนเด็กมัธยมก็ใกล้จะปิดเทอมกลางภาค หวังว่าคงสุขสบายดีตามอัตภาพนะจ๊ะ
 
     อย่างว่าอ่ะนะ ความสุขนี่ไม่ได้ดักจับมาขังไว้ในใจเราง่ายๆ ตัวป้าเองก็สุกๆดิบๆ แบบคนแก่วัยทองที่หาความสุขง่ายๆตามสิ่งแวดล้อมรอบตัว แต่นั่นหมายถึงช่วงเวลา ที่ไม่ได้รับรู้เรื่องของโลกมากนัก
 
    ก็อย่างที่เรารับรู้กันอยู่ทุกวัน ช่วงนี้โลกมันวุ่นวายเหลือเกิน มีสงครามไปทั่ว โดยเฉพาะทางตะวันออกกลาง บอกตรงๆเลย ช่วงนี้ดูข่าวต่างประเทศแล้วซิคน่ะ มีแต่สงครามการก่อการร้าย ทั้งในซีเรีย อัฟกานิสถาน ฉนวนการ์ซ่า ยูเครน หรือแม้แต่ในไนจีเรียก็ไม่เว้น ทั้งกลุ่มไอเอส โบโกฮาราม ที่มียุทธวิธีในการสังหารผู้บริสุทธิ์ น่ากลัวกว่าอัลกออิดะห์หลายเท่า ในข่าว พวกนี้ไม่ละเว้น เด็ก สตรี บุรุษ หรือ คนชรา จับได้ฆ่าหมด ไม่ก็เอาไปขายให้พวกค้ามนุษย์ ไม่อยากดูข่าวปิดทีวีมาเปิดเฟสบุ๊กเล่นฮิฮิฮะฮะ หวังว่าจะโลกสวยสักห้านาทีดันเจอคลิปตัดคอนักข่าวอเมริกันเข้าไปอีก แชร์พอๆกับไอซ์บักเก็ทเลยทีเดียว
 
    โลกใบนี้มันป่วยเสียจนไม่อยากอยู่ ไม่ใช่ว่าป้าทำตัวอีเดียทนะ แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมมนุษย์เรามันเลิกมีความเมตตากรุณากับ มนุษย์ด้วยกันเองแล้วรึ เพราะสุดท้ายแล้วความเป็นมนุษย์ที่ป้าเห็น คือสัตว์ที่กระหายการทำลายล้างโดยการนำตรรกะควายๆ เรื่องสมมุติที่ฝังกบาลมาตลอด นั่นคือ ความถูกต้องในการฆ่า มาจากการป้องกันตนเอง ขยายดินแดน อุดมการณ์ชาตินิยม และสุดท้าย เจอบ่อยสุด ในนามของศาสนา ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ย้อนแย้งมาก ขอบอก
 
     ป้าว่า อีศาสนานี่ล่ะที่เป็นต้นไม้ใหญ่ที่เพาะพันธุ์ ความเกลียดชังให้เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์มากกว่าสาเหตุอื่น ทั้งที่มันควรจะบ่มเพาะความดีงาม สร้างสันติสุขให้โลกมากกว่า ไม่เชื่อย้อนหลังไปสักพันสองพันปีก็มีตัวอย่างให้ดูเห็นๆ ยิวฆ่าเยซูและผู้ติดตามผ่านนักปกครองชาวโรมัน คริสต์สี่ร้อยปีต่อมาก็ฆ่าพวกนอกรีตที่ไม่นับถือพระเจ้าองค์เดียว ผ่านไปหกร้อยปีมุสลิมเปอร์เซียทำสงครามศักสิทธิ์กับพวกคริสต์ในยุโรป ป้าว่าสงครามครูเสดเป็นอะไรที่บ้าบอมาก รบกันอยู่ได้เป็นร้อยปี
 
      ทางฝั่งตะวันออกเราก็ใช่ย่อยนะ อย่างในชมพูทวีปก็มีการสู้รบตบมือจากเหตุเผยแพร่ศาสนาเหมือนกัน ที่เห็นชัดๆก็ช่วงสมัยราชวงศ์โมกุล เป็นใหญ่ ทั้งพระทั้งพราหมณ์โดนฆ่าเป็นแถว ไหนจะพวกซิกข์ไปดูประวัติได้เลย พวกคุรุนานักซึ่งเป็นผู้นำศาสนาซิกข์ในสมัยโบราณตายแบบทรมานทั้งนั้น ย้อนไปไกลกว่านั้นก็การฆ่าดราวิเดียนเพราะการบูชาในเทพเทวาต่างกัน ส่วนนึงคือยึดครองดินแดนด้วย อันนี้ไม่ลืม
 
      ถ้าป้ากล่าวอ้างว่าศาสนาเป็นเหตุผลสำคัญเหตุผลนึงในการฆ่ากันของมนุษย์ ก็คงจะมีข้อโต้แย้งมากมาย เพราะเจตนารมย์ที่แท้จริงของศาสนาไม่ได้มีไว้สร้างความเดือดร้อนหรือการทำลายล้างพวกนอกศาสนา ในที่นี้คือศาสนาที่ตนเชื่อนะ อันนี้ก็จริงอยู่ เพราะจุดประสงค์ของมนุษย์ในการมีศาสนาดั้งเดิมง่ายๆ คือ ที่พึ่งทางจิตวิญญาณ (ไม่อยากใช้คำว่าจิตใจเพราะมันรู้สึกว่าไม่ครอบคลุม)
 
      ต่อมามันก็มีความสลับซับซ้อนขึ้น เพราะจิตวิญญาณของมนุษย์ล้วนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นกับอารมณ์ที่หลากหลายในแต่ละวัน แต่ละยุคสมัย มนุษย์ที่เคยถูกยกย่องว่าดีแสนดีในวันนี้ อาจเป็นคนเดียวกันกับมนุษย์ที่มีจิตใจมืดมนในวันหน้าก็ได้ ดูฮิตเลอร์สิ อย่าบอกนะว่าเค้าชั่วช้าเลวทรามมาตั้งแต่เกิด ฮิตเลอร์นี่จะถือว่าเป็นคริสตชนคนนึงก็ได้นะ เพราะพ่อแม่เป็นคาทอลิค แต่โตมาสนใจโปรแตสแตนท์ คนที่น่าจะเข้าใจบทบัญญัติทางศาสนาดีอย่างท่านผู้นำแห่งอาณาจักไรสต์ ทำไมสั่งให้ฆ่าคนเหมือนดังผักปลาเช่นนี้
 
      หันไปดูเหตุการณ์ปัจจุบันที่อิสราเอลกับมุสลิมฮามาส ฆ่ากันไปฆ่ากันมา จนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก (นี่ก็พึ่งจะทำสัญญาสงบศึกอีกรอบซึ่งป้าก็หวังว่ามันจะยาวนานตลอดไปชั่วนิรันดร์ อาเมน) พวกเนี้ยก็สมาทานศาสนาเข้าไปเต็มหัวใจ แต่ทำไม๊ทำไม ฆ่าได้อย่างเลือดเย็นราวกับว่าปาเลสไตน์มันไม่ใช่มนุษย์เหมือนกัน พอมาดูข้อบัญญัติหนึ่งของยิวคือ ห้ามฆ่ามนุษย์ ของอิสลามก็ด้วย แต่มันก็ไม่ใคร่ครวญนะ ตายไปจะไปตอบพระเจ้ายังไงเมื่อถึงวันสิ้นโลก
 
     ป้าว่าขึ้นชื่อว่ามนุษย์ก็น่าจะเสมอหน้ากันนะไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวกันหรือไม่ ในสภาพความเป็นจริงทั้งสองฝ่ายก็ไม่เห็นจะแคร์ ยังฆ่ากันต่อไป ไม่ว่าเบื้องหลังคือการถือการเมืองเป็นใหญ่กว่าข้อห้ามทางศาสนาก็ตาม
 
 อ้อ...พุทธเองก็ไม่เว้นนะจ๊ะ ดูในพม่า ศรีลังกาเป็นตัวอย่างได้ ฆ่าโรฮิงยา ฆ่าพยัคฆ์ทมิฬ ราวกับว่า ทุกศาสนาล้วนมีศาสนิกที่เป็นบ้าขาดสติด้วยกันทั้งนั้น เหตุนี้ป้าเลยสงสัยว่า สุดท้ายแล้ว ศาสนาเนี่ยมันถูกขับเคลื่อนด้วยอะไรกันแน่ มันเผยแพร่ผลไม้พิษหรืออย่างไร แล้วทำไมคนที่ขึ้นชื่อว่าไม่มีศาสนา ที่นับว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน กลับหลีกเลี่ยงสงครามการทำลายกันเสียมากกว่า ป้าไม่ได้บอกว่าพวกนี้ไม่นิยมฆ่ามนุษย์ทุกคนนะ เพียงแต่อย่างน้อยพวกนี้ก็ไม่ได้อ้าง " ความดี " ในการฆ่ามนุษย์ด้วยกันเอง
 
 
 
ป้าเอ็กซิสต์

Comment

Comment:

Tweet

 ชอบมากครับ

#10 By kinik on 2015-08-10 01:21

Hot!

#9 By Live a Live on 2014-09-03 22:55

หวังว่า Katy ตะได้เข้ามาอ่านนะจ๊ะ

#8 By wonderboy on 2014-08-30 12:09

open-mounthed smile ไปอ่านเรื่อง รัฐศาสนา และรัฐฆราวาส ตลอดจน แนวคิด ในการจัดความสัมพันธ์ ศาสนา รัฐ และ ระดับปัจเจก ที่เปลี่ยนแปลงไปของรัฐสมัยใหม่ ที่เป็นเงื่อนไขในการนำเสนอแนวคิดทางศาสนาในมิติที่เป็นจุดหมายแบบสัจจะแบบอกาลิโกในการหลุดพันในระดับปัจเจกหริอสังคม และศาสนาในมิติของเครื่องมือในการจัดการปกครองของรัฐ ให้เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป น่าจะเห็นมุมมองในโจทย์ที่คุยกันมากขึ้นนะ เล่ม DECONSTRUCTION ปกสีส้ม คุุณ วิจักษณ์ พานิช ก็เขียนน่าสนใจนะ (ขอเสรือกนิสนึงนะ ไปนอนรอเงียบๆ รอประเทศนี้ฉิบหายต่อละ 55555) >>>> พี่เอม

#7 By wonderboy on 2014-08-29 10:24

สิ่งที่พี่อยากให้เด็กคิดคือ เราไม่ต้องอายถ้ายังสับสนว่า ศาสนามันจำเป็นกับเราหรือไม่ เรามีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับความจำเป็นของศาสนาและบทบาทของศาสนาในชีวิตเรา เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะปฏิเสธศาสนาถ้ามันขัดกับหลักคิดของเรา เหนือไปกว่านั้น เราอย่านำศาสนามาเป็นเครื่องมือในการทำลายกันและกัน ก็หวังว่าจะไม่เข้าใจผิดนะ 555 >>>ป้า


ลองอ่านกันดูนะ ลองตั้งคำถาม ส่วนคำตอบอาจต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

#6 By wonderboy on 2014-08-29 08:49

ลองคุยกับลิเบอรัลดิ พวกที่คิดว่ารัฐคือผู้แก้ปัญหาน่ะ ให้รัฐแก้ให้หมดไม่ว่าปัญหาไร ส่วนศาสนาก็ถูกจำกัด อย่างในเมกา จากที่เดิมคือฟรีด้อมในการนับถือศาสนา ตอนนี้ตรงกันข้ามเลย

รัฐสวัสดิการไง ฟังดูบริสุทธิ์นะ ไทยยังอยากเป็นเลย >>>> พี่เภา

อันพี่ไม่รู้นะ ในอเมริกา คือในไทยเนี่ยมันจะเห็นภาพชัดว่าเรามีสิทธิ์เลือกนับถือศาสนาอะไรก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติเราไม่มีสิทธิเลือกไม่มีศาสนาสังกัด ไปอำเภอบอกว่าไม่ลงข้อมูล จนท.จะใส่พุทธลงไปเลย จุดเริ่มต้น ก็ตลกล่ะ
ตั้งแต่เด็กเราจะถูกกล่อมเกลาว่า คนไม่มีศาสนาเนี่ยแปลกประหลาด ราวกับว่า จินตนาการเองไม่ได้เลยว่า เค้าก็มีแนวคิดในการนำความประพฤติเช่นเดียวกับบัญญัติทางศาสนาเหมือนกัน แต่ไม่รับในเรื่องพิธีกรรม การบูชาศาสดา หรือพระเจ้า และ สิ่งที่เค้าเอามาน้อมนำในการดำเนินชีวิต มันก็ผสมปนเปกันไปมาภายใต้ขอบเขตของหลักการสากลนั่นล่ะ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวว่า คนมีศาสนาและไม่มีศาสนา จะทำผิดต่อหลักศาสนา จารีต ที่สังคมยึดถือไม่ได้นะ แต่คนมักจะเหมารวมเลยว่า ถ้าเราเป็นศาสนิกที่ดี ย่อมมีความเกรงกลัวหรือละอายต่อการทำสิ่งที่ชั่ว ซึ่งสิ่งที่เห็นมันก็ไม่ใช่

#5 By wonderboy on 2014-08-29 08:48

จะถามคำถามยังไงให้คำตอบไม่ใช่กลายเป็นสรุปว่า ศาสนาเป็นสิ่งอันตราย ฉะนั้นไม่ควรเอามาปนกับรัฐ (ซึ่งบริสุทธิ์?) >>> พี่เภา

พี่มองว่าทั่วไป ตามความรู้สึกของคน ศาสนานี่ไม่อันตรายกว่ารัฐหรอก และโดยสามัญสำนึกเราก็รู้ว่า รัฐไม่มีทางบริสุทธิ์อยู่แล้ว มันชัดเจนมากว่าคนมีอำนาจนับถือศาสนา แต่ก็ไม่นำศาสนามาแก้ไขปัญหาในทางที่ถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เคลือบแคลงว่า มีโอกาสไปได้ไหมว่าจะมีสักวันนึงมันจะไม่ถูกนำไปใช้สร้างความรุนแรง เข่นฆ่า แต่จรรโลงโลกให้สันติสุข >>>> ป้า

#4 By wonderboy on 2014-08-29 08:46

ป้าขอเอาบทสนทนากับเพื่อนรุ่นน้องที่อยู่ที่อเมริกามาใส่ไว้ให้ศึกษานะจ๊ะ

ศาสนาโดยลำพังก็ไม่ได้ก่อให้เกิดการสงครามหรอกหนูว่า แต่เพราะอำนาจของรัฐที่เอาศาสนามาใช้ตังหาก เหมือนกระป๋องสีขาวอะ มันอยู่ของมันเฉยๆ คนเอามาเขียนถ้อยคำหยาบช้ามันก็หยาบ แต่ตัวสีขาวมันไม่ได้ผิดอะไร ( พี่เภา )

อยากให้เด็กลองตั้งคำถามน่ะว่า ทำไมศาสนาจึงเป็นเครื่องมือของรัฐในการก่อสงครามมากกว่าจะสร้างสันติภาพ ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็นับถือศาสนา มีข้อบัญญัติมากมาย ในการกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรกระทำตามความเชื่อทางศาสนา แต่พอรัฐเอามาอ้างในการทำสงคราม ประชาชนมักจะไม่ออกมาต่อต้านรัฐว่ากำลังทำผิดหลักศาสนา ตอนนี้ทุกศาสนามีพวกหัวรุนแรงที่พร้อมกำจัดคนนอกรีต แต่คนพวกนี้ก็มีไม่เยอะ แล้วทำไมจึงปล่อยให้สร้างความเดือดร้อนต่อผู้บริสุทธิ์ไปเรื่อย ( ป้า )

#3 By wonderboy on 2014-08-29 08:45

share idia about this issue , love u young philosopher

#1 By wonderboy on 2014-08-28 21:52

Code Here.